เค้าคิดพลางขึ้นมาบนขอบสระตามหญิงสาวข้างๆ
เพราะเหมือนเมื่อกี้เค้าแอบจะทำอะไรบุ่มบ่ามไปเสียหน่อยเค้าจึงทำท่าประหม่าเล็กน้อย พลางเอ่ยขอโทษเธอเบาๆ
“ โทษทีนะ จิฟุยุนเมื่อกี้มันจำเป็นน่ะ ”
ก่อนที่จะพยายามเปลี่ยนเรื่องอย่างสดใสราวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พลางหันมองไปทางเธอราวกับอยากให้สบายใจ
“แต่ว่านะคิดในแง่ดี สระน้ำที่มีเกล็ดน้ำแข็งแบบนี้ไม่ใช่ว่ามันก็สวยเหมือนกันงั้นหรอ? ”
Posts by 💕LoveLove💕 ( ตอบช้าหน่อยนะ หนุจะไล่ตอบทุกคน )
“ก็ถ้าปล่อยไปแบบนี้พวกเราต้องโดนปรับเรื่องเผลอทำสระว่ายน้ำเป็นแข็งแน่ๆ น่ะสิ”
แม้ไม่ได้เห็นสีหน้านั้นแต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแบบนั้นยังไงก็คงไม่พ้นสีหน้ายิ้มแย้มตามเดิมที่เค้าชอบแสดงออกให้เธอประจำอย่างไม่ผิดเพี้ยน
พลันเมือถึงริมขอบสระเค้านั้นวางเธอลงขอบสระเบาๆทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นถึงแม้ถ้าสังเกตุรอบๆ สระนั้นจะเห็นเกล็ดน้ำแข็งประปรายบนผืนน้ำ
ก็ยังคงสวยงามน่ามองเหมือนเดิมเลยอยู่นี่
พลางแอบใช้นิ้วมือนั้นเชยคางของเธอเบาๆ
“ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอกน่า ยังไงตอนนี้ก็ขออณุญาตหน่อยนะคุณภูติหิมะ”
เมื่อสิ้นคำพูดนั้นเค้าผละมือเบาๆ และดึงตัวเธอนั้นออกมาจากห่วงยางนั่นมาแบกไว้ที่บ่าพลางวิ่งขึ้นมาขอบสระอย่างเร่งรีบ
ระหว่างนั้นก็พูดอย่างติดตลกทำราวกับว่านี่เป็นเรื่องปกติที่ควรจะเจออยู่แล้ว
ทำตัวเหมือนไม่ได้มีอะไรเหลือบ่าไปกว่าแรงของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“ เอ๋แต่ผมไม่ได้ทำตัวใจดีซักหน่อยนะ !”
เค้าเอ่ยตอบก่อนที่จะลดท่าทีโวยวายพวกนั้นเมื่อเห็นใบหน้านั้นของเธอ
เค้ากลับส่งยิ้มหวานนั้นให้กับเธอแทนราวกับอยากจะทลายความกังวลนั้นของเธอออกไป
“ไม่เป็นไรหรอกน่า เรื่องพวกนั้นน่ะ ไม่จำเป็นต้องคิดหรอก มองตาผมสิ ”
เค้ากล่าวอย่างสดใสผิดจากความกังวลของเธอที่ก่อตัวขึ้นมาบนใบหน้านั้น
( เค้าแวะมาขอโทษ ไม่สะดวกเริ่มโรลแล้วขอโทษนะคะ;; แต่น้องมินนี่น่ารักมากค่ะ ขอให้น้องไม่โดนโรยอบเชยซีนี้นะคะ )
” แต่จิฟุยุนดีแล้วละที่ได้ของคุณรูมเมท “
”เพราะคุณรูมเมทน่ะเป็นคนดีสุดๆ เลยละเค้าต้องเลือกของดีๆ มาแน่ๆ “
เค้าเชียร์อัพหญิงสาวอย่างดี้ด้า ถึงแม้จะรู้ตัวว่าชิ้นแอบใหญ่ไปเล็กน้อย
แต่ถ้ามันใหญ่เกินไปแค่ไหนเค้าก็พร้อมเสนอช่วยอย่างไม่รีรอแม้แต่น้อย
“คุณพี่ชายชอบทานขี้เถ้างั้นหรอ?”
“รสชาติเหมือนขี้เถ้าไม่ก็ขี้ถ่านเลยละ ”
เค้าพูดอย่างสดใสแต่ดูยังไงก็ไม่น่าจะปลื้มสุดๆ ถึงแม้เค้าจะทานได้ปกติก็ตามทีแต่ถ้าขึ้นชื่อเรื่องอาหารก็ควรดีกว่านี้สิ
นี่มันสิ้นหวังแต่คิดในแง่ดีถ้าจิฟุยุนนั้นได้เนื้อนั่นขึ้นมาก็คงไม่ดีเสียเท่าไหร่ได้แต่จำใจและนั่นแทะไม้นั่นจนหมด
ก่อนที่จะขมวดคิ้วเล็กๆ เมื่อปิศาจแพะหนุ่มนั้นยื่นไม่ใม้ปริศนานั้นให้ พลันสายตาเห็นไม้เสียบสีดำนั่นตัวเค้าก็ยังคงปั้นสีหน้ายิ้มแย้มได้อยู่
“แต้งค์กิ้วนะพี่ชาย ”
เค้ารับไม้นั่นมาอย่างสดใสก่อนที่จะงับมันเข้าปากถึงแม้ตัวเค้าจะเป็นสไลม์ก็ตามที แต่ถ้าหน้าตานั้นไม่ได้เรื่องยังไงก็ไม่ไหวดูยังไงก็ไหม้อยู่ชัดๆ
“แต่ว่านะถ้าเป็นของชิ้นเล็กๆ ผมใช้เวลาไม่นานมันก็ละลายจนหมดแล้วละ ”
“คุณรูมเมทอยากดูมั้ยละ~”
เค้าเอ่ยถามอย่างสดใส ดูเหมือนจะภูมิใจสุดๆตอนตัวเองสาธยายความสามารถนั้นของตัวเองให้ฟัง
เค้านั้นเบ๊ปากเล็กๆ เมื่อเห็นพ่อเสือหนุ่มคนนั้นไม่ใจดีต่ออาหารของตัวเองแม้แต่น้อยพลางเป่าปากออกมาเบาๆ
“โทระนี่จังนี่ สิ้นเปลืองดีจังนะ”
ก่อนที่จะหันไปทางคุณรูมเมทที่เค้านับถืออย่างสดใสเมื่อเค้านั้นตั้งคำถาม
“ผมจะทำแบบนั้นก็ได้แหละนะคุณรูมเมท~”
“แต่ว่าเวลามันไม่พอน่ะสิ ถ้าเป็นของชิ้นใหญ่เลิฟๆ คิดว่าน่าจะใช้เวลานานเกินไปน่ะ ”
“เหมือนตอนนั้นเลยแฮะ ”
เค้าพึมพัมออกมาเบาๆ ความรู้สึกคลับคล้ายกันวันแรกที่เจอกับเธอ แม้ตอนนั้นจะเป็นแสงของแสงแดด แต่แสงของพระจันทร์ที่กระทบกับผืนทะเลก็ไม่เคยแย่เลยแม้แต่น้อย
“ จิฟุยุนนี่ชอบทะเลมากเลยสิน้า~ “
เค้าเอ่ยถาม พลางใช้ปลายนิ้วมือนั้นลูบแผ่นกระจกนั่นเบาๆ พลางพินิจวิวทิวทัศน์นั้นไปด้วย
”ก็ไม่ว่าตอนไหนผมก็เห็นจิฟุยุนเอาแต่มองทะเลตลอดเลยนี่ “
เพราะก่อนหน้านี้เค้ายังแอบหาอะไรมาหลบสายตาคู่นั้นของเธออยู่เลยนี่นา พอมาเล่นอะไรแบบนี้ไม่ต่างกับเด็กน้อยที่พยายามแอ็คหล่อต่อหน้าสาวที่ชอบเลยแม้แต่น้อย
“นั่นสินะ หาอะไรที่คุ้มกันในฐานะผู้ชนะกันดีกว่า!”
เค้าเอ่ยตอบอย่างสดใสก่อนที่จะมองตัวเธอที่อยู่ตรงหน้าเค้าช้าๆ
พลางสังเกตเห็นว่าใบหน้าและสายตานั้นกำลังมองทะเลที่ทอดยาวไปแสนไกล ก็ให้ความรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ
พลางมองตาคู่นั้นของเธอไปด้วยพร้อมกับอมยิ้มเล็กและใบหน้าสีแดงระเรื่อบางๆ ที่พอสังเกตุ ได้
ถึงแม้มันจะน้อยนิดก็ตามเพราะสีของแสงไฟที่สาดส่องนั้นทำให้สีที่แสดงออกมานั้นชวนสับสนไปเสียหมด
“ ดูดีจริงหรอ.. “
“ แต่ว่านะ ไม่ใช่ว่าปกติผมก็หล่ออยู่แล้วหรอ? ”
เค้าหยอก ก่อนจะเท้าคางเล่นหูเล่นตาเล็กน้อยเพื่อกลบความเขินอายของตัวเองถึงแม้มันจะไม่ค่อยเนียนก็ตามที
“ว่าแต่มีเมนูน่าสนใจเต็มไปหมดเลยแฮะ”
หยิบใบเมนูพลางโฟกัสมันเพื่อหลบความคิดวุ่นวายที่ล่องลอยเต็มไปหมด
เพราะยิ่งมองภาพของหญิงสาวตรงหน้าก็ยิ่งรู้สึกราวกับยังในตื่นจากความฝันไม่หาย แม้จะใช้แค่ปลายสายตามองก็ยังไม่ไหวคิดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่น้อย ความมั่นใจที่มีก็ไม่ช่วยอะไรเลย
ก่อนจะลดใบเมนูนั่นลงช้าๆ เมื่อเธอเอ่ยชม
“พึ่งมาถึงสิน้า”
“เพราะถ้าให้จิฟุยุนรอนานผมต้องแย่แน่ๆ เลย”
เค้าพูดพลางหัวเราะกลบความประหม่าของตัวเอง
เพราะในหัวของเค้านั้นตอนนี้มีแต่คำพูดที่แสนประหม่าและสับสนล่องลอยเต็มหัวตัวเองไปจนหมด สภาพตอนนี้ไม่ต่างกับหนุ่มวัยแรกรุ่นที่หัดมีความรักเลยแม้แต่น้อย
ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ พอเป็นแบบนี้ดันนึกอะไรไม่ออกเลยแฮะ
“นี่ คอยผมนานรึเปล่า ”
เค้าเอ่ยทักพลางนั่งลงที่เก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมมาอย่างดี
“แต่ว่านะ วันนี้จิฟุยุนจังนี่ ต่างจากเดิมจังเลยน้า~ ”
ถ้อยคำขี้เล่นที่เอ่ยออกมาเพื่อกลบความประหม่าที่เกิดขึ้นในใจ พลางเกาแก้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยชมเธอ
“ แบบว่าไงดีละ ดูแตกต่างจากปกติน่ะ”
“ทั้งที่ปกติสวยมากๆ อยู่แล้วแต่วันนี้สวยกว่าเดิมอีกน่ะ ”
อ่าใช้คำอะไรเนี่ยเด็กน้อยชะมัดเลยแฮะตัวเรา
แต่วันนี้…เธอกลับงดงามยิ่งกว่าทุกครั้ง
งดงามเสียจนเขาเผลอชะงักไปหนึ่งจังหวะ ทำเอารู้สึกยิ่งประหม่ามากกว่าเดิมเสียอีก
ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ใช่เด็กน้อยแล้วแท้ๆแต่พอได้เจอสิ่งที่ชอบมากจริงๆ เขากลับทำตัวไม่ถูกทุกที
พลางเดินมาที่นั่งอย่างเรียบง่าย สายตานั้นก็จดต้องมาที่เธอไม่ละสายตา พลางส่งยิ้มให้เธอตรงหน้าไปด้วยอย่างจริงใน
ตอนนี้แม้วิวทิวทัศน์นั้นจะสวยงามเพียงแค่ไหน ก็ไม่มีดึงสายตาได้เลย
สองเท้ายาวก้าวไปไปตามทางเดินของภัตตาคารสุดหรูบนดาดฟ้าเรือไม่นานนักก็มาหยุดที่หน้าห้องส่วนตัว
ใช้เวลาหลายวินาทีเพื่อลดความประหม่าที่เกิดขึ้นในใจ
พลางถอนหายในเฮือกใหญ่ก่อนจะเปิดมันออกมาช้าๆ ถึง
ไม่ต้องใช้เวลาแม้ชั่ววินาที ก็เห็นหญิงสาวที่ตัวเค้าเองคุ้นตาอยู่เสมอ
ตัวเธอโดยปกตินั้นก็งดงามอยู่แล้ว แม้แทบไม่ต้องเติมแต่งอะไรเลยก็ตาม
ความคิดหลายอย่างนั้นออกมาบรรจบทับกันจนปั่นป่วนยังกับมีผีเสื้อบินว่อนภายใจเต็มไปหมด เป็นความรู้สึกที่ทุกย่างก้าวที่ตัวเขานั้นกำลังเดินไปที่สถานที่อันเป็นที่นัดพบของเค้าและเธอ
วันนี้เขามาในชุดสูทสีขาวสะอาดตา มีริบบิ้นสีแดงดำผูกไว้ตรงลำคออย่างเรียบร้อย เส้นผมที่แสกกลางอย่างตั้งใจทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูต่างไปจากเดิมเล็กน้อย จนแม้แต่ตัวเองยังรู้สึกไม่คุ้นชินเท่าไรนัก
อ่าตื่นเต้นจังเลยแฮะ ทั้งที่เอาแต่ท่องในใจว่าเป็นวันธรรมดาแท้ แต่หัวใจก็ยังหยุดเต้นไม่หายเลยแฮะทั้งที่บอกตัวเองมาตลอดแท้ๆ ว่านี่เป็นวันธรรมดา
แต่ตอนนี้กลับ ยังไม่ลืมช่วงวินาทีนั้นที่เธอชวน เวลาตอนนั้น ความรู้สึกไม่ต่างกับอยู่ในความฝันแม้แต่น้อย สับสนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ทั้งๆ ที่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกด้วยซ้ำ ทำไมกันนะ
ทั้งๆ ที่น่าจะชินชาไปแล้วแต่ก็ยังตื่นเต้นไม่หาย….
(เป็นมื้อค่ำของผู้ชนะในการแข่งขัน ! )
(อาเลิฟจาเปนสไลม์ที่เก่งในทุทธภพให้ไดัเลยอาเตี่ย)
” อ้ะ แต่แย่ละสิ ถ้าแบบนี้จิฟุยุนจะไม่โดนปรับข้อหาทำสระว่ายน้ำเป็นน้ำแข็งใช่มั้ย?“
เสียงนั่นเอ่ยพลางกำห่วงยางของเธอแน่นก่อนจะเขย่ามันเบาๆ เพราะความกังวล
ดูเหมือนจะไม่คิดเรื่องตัวเองโดนแช่แข็งแม้แต่น้อย แต่คิดแค่เพียงเธอนั้นจะโดนปรับเพราะเผล่อแช่งแข็งสระว่ายน้ำเสียอย่างนั้น
ก่อนที่เค้านั้นจะนิ่งไปแต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่ชั่ววินาทีเพียงเท่านั้น มือนั้นจิ้มพลางเคาะผิวน้ำที่เกาะเป็นน้ำแข็งนั่นออกมา พลางมองดูอย่างพินิจวิเคราะห์ ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องนั่น
“ นี่เป็นน้ำแข็งของจิฟุยุนสิน้า สวยดีจังเลยน้า~ “
เค้านั้นพึมพัมออกมาออกมาบางเบา แต่ถึงแบบนั้นมันก็น่าจะดังพอให้คู่สนทนานั้นพอได้ยินเสียงของเค้าได้บ้าง
ใช้เวลาไม่นานเมื่อรู้สึกตัวพลางทำหน้าประมาทปนกังวลออกมาเล็กๆ
” ไม่แกล้งหรอก เพราะผมจะไม่ปล่อยให้จิฟุยุนจมน้ำไปหร—- “
ชายหนุ่มพูดพลางมองหรี่ตามองดวงตาออดอ้อนคู่นั้นตอบ
แต่ไม่ทันที่ตัวเค้าเองจะพูดจบก็โดนวักน้ำใส่ไปก่อนเสียแล้ว พลางสะดุ้งเล็กๆ เพราะความตกใจ
“อ่าก เล่นแบบนี้ไม่แฟร์นี่นา ! ”
เสียงโวยวายปนเสียงหัวเราะนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะสาดน้ำสวนกลับใส่เธอตรงหน้าอย่างขี้เล่นพลันสังเกตุถึงเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะรอบๆ
นั่นเป็นเพียงคำพูดที่ติดในลำคอของเค้าซึ่งน่าแปลกทั้งที่เป็นคนที่พูดจาขวานผ่าซากแท้ๆ
แต่พอเป็นสถาณฏาณ์แบบนี้กลับไม่สามารถกล่าวออกไปได้ อ่า น่าอายชะมัดเลยแฮะ
ไม่สมกับเป็นตัวเองเลยเลอเวอรี่ ไม่สิตอนนี้ต้องเป็นวาตารุต่างหาก …
ทั้งหมดนั่นเป็นเพียงความคิดอันวุ่นวายที่ล่องลอยในหัวภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม กับคำพูดเรียบง่ายที่เค้าแสดงให้เห็นก่อนจะกลับไปสีหน้ายิ้มขี้เล่นตามเดิม
“ เอ๋ ขู่อะไรกัน ? ”
เค้าเอียงคอมองเธอพลางพยักหน้าเบาๆ ถ้าสังเกตุก็เหมือนว่าจะแอบแก้มเล็กๆ
“ก็แค่บอกว่าสไลม์ไว้ใจไม่ได้เองแท้ๆ น้า “
เค้าพูดพลางเบ๊ปากเล็กๆ เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้านั้นทำท่าขี้งอนแบบนั้นก่อนที่เค้านั้นจะตอบคำพูดของเธอแทบจะทันท่วงทีพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเล็กๆ
” 知ってる (รู้อยู่แล้วละ )“
เพราะแบบนี้แหละ ถ้าไว้ใจแบบนี้ตัวผมเองต่างหากที่จะแย่เอา…
แถมถึงจะไม่พูดออกมาเมนูนั้นแม้แต่ตัวเค้าเองก็ยังทานเองไม่ได้ด้วยซ้ำ
“แต่ว่าพวกไม้เปล่า ถ้าเหลือเอาให้ผมได้นะ ”
“ก็ผมอยากรู้ว่าไม้เสียบที่อลาสก้าเป็นไงน่ะสิ ”
“ ไม่เคยสงสัยกันบ้างเลยงั้นหรอ ”
“ พวกเราไม่ทำร้านไหม้กันหรอกน้า~”
“ไม่ต้องกังวลกันขนาดนั้นหรอก”
เค้ากล่าวอย่างเอื่อยเฉื่อยก่อนจะทำหน้าครุ่นคิด พลางแสยยะยิ้มออกมาอย่างดี้ด้า
” งั้นผมขอเนื้อย่างเผ็ดสุดขั้วซอสพริกละกันนะ “
เค้าพูดพร้อมรอยยิ้มดูยังไงก็ตั้งใจจะแกล้งคนรอบตัวชัดๆ จนดูเหมือนว่าเจ้าตัวนั้นไม่คิดเผื่อเลยแม้แต่น้อย ว่าหญิงสาวที่เจ้าตัวคอยประคบประหงมอาาจจะโชคร้ายได้ไปก็ตาม
”เพราะของผมเป็นทุกอย่างละ !!“
เค้าพูดอย่างมั่นใจ ดูทรงเหมือนที่พูดมาแบบนี้เพราะจะไม่มีคำตอบในหัวเสียมากกว่า
ก่อนจะทำหน้าตาใสคอยฟังเมนูของทุกคนสุดๆ