ฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดินชะงักกึก
ประโยคที่ชมนั้นทำเอาดวงตาของเคียวระเบิกขึ้น ก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งดังเดิม เขาไม่คุ้นเคยจากการถูกชม มือที่ถือกระดาษค่อย ๆ ลดลงราวกับซ่อนมัน
"เปล่าครับ"
น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นราบเรียบ สุภาพ จนดูห่างเหิน
"ผมไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับชมรมที่ว่า.. สิ่งนี้เป็นเพียงแค่การฆ่าเวลาเท่านั้น"
เคียวระตอบคำถามด้วยประโยคสั้นๆ กระชับ เท่าที่จำเป็น
Posts by ☔︎คะเรียว❄︎เคียวระ☾
“ถ้าได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ก็หวังว่าคุณจะพอใจนะครับ”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสุภาพและราบเรียบ
“ผมขอตัว..”
พูดจบ เขาก็ก้มหัวให้เล็กน้อยตามมารยาท แล้วรีบก้าวเดินหนีออกไปจากตรงนั้นทันทีด้วยจังหวะก้าวที่เร็วกว่าปกติเล็กน้อย
มือซีดเซียวยื่นออกไปรับกระดาษแผ่นนั้นมาอย่างะระมัดระวังที่สุด สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับการกะระยะ เพื่อไม่ให้ปลายนิ้วแตะต้องอีกฝ่าย เมื่อรับกระดาษมาได้ เคียวระหลุบตาลงหลีกเลี่ยงการสบตา ก่อนเริ่มพับกระดาษอย่างแม่นยำ ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงกระดาษเสียดสีกัน
ไม่นานนัก นกกระเรียนกระดาษที่มีสัดส่วนสมบูรณ์แบบก็เสร็จสมบูรณ์ เขาปล่อยมันลงบนฝ่ามือของเธอ
+
เคียวระชะงักทันที ดวงตาสะท้อนแววประหลาดใจปนระแวดระวัง เขาไม่เข้าใจ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงต้องดึงดันอยากได้ของพรรค์นี้?
เคียวระเกลียดการเผชิญหน้า และยิ่งเกลียดการตกเป็นเป้าสายตา หากเขาปฏิเสธอีกครั้ง เขากลัวว่าคนตรงหน้าอาจจะสร้างความวุ่นวายมากกว่านี้ เขาถอนหายใจแผ่วเบาอย่างยอมแพ้
“เข้าใจแล้วครับ”
+
น้ำเสียงของเขายังคงตีกรอบด้วยความสุภาพและเป็นทางการ แต่หากฟังให้ดีจะจับได้ถึงจังหวะการพูดที่รัวเร็วกว่าปกติเล็กน้อย
“เพื่อแลกกับ เอ่อ... สิ่งของเหล่านั้น เป็นการกระทำที่ไร้เหตุผลสิ้นดี”
เขายืดแผ่นหลังขึ้น กอดอกแน่น พยายามสรรหาตรรกะและเหตุผลร้อยแปดมากดทับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง
“หากคุณชื่นชอบมันนักก็ เก็บไว้เชยชมเองเถอะครับ ไม่จำเป็นต้องมาสาธยายให้ผมฟัง”
ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับถุงผ้าลายมารุปี้ที่อีกฝ่ายชูขึ้นมา ความคิดที่กำลังจะต่อว่าความไร้สาระของกิจกรรมชะงักไปในเสี้ยววินาที
'นุ่มนิ่ม เหมือนลูบตัวจริงงั้นเหรอ...'
“แค่ก”
เคียวระรีบยกมือขึ้นป้องปาก กระแอมไอในลำคอเพื่อเรียกสติให้กลับคืนมา รีบดึงสีหน้ากลับมาเรียบนิ่ง แต่ใบหูและต้นคอกลับแดงจัดสวนทางกับไอเย็นรอบตัว
“ผมไม่มีความสนใจในของแจกเด็กเล่นพรรค์นั้นหรอกครับ”
+
(ยินดีเสมอ… แต่ช่วงนี้ขอติดเกมนึงนึงน้า><)
(ปักไว้ โดนเส้นหน้าเลยอยากเล่นด้วย555655)
“ถ้าการต้องคอยฉีกตัวเองออกเป็นชิ้น ๆ เพื่อให้ยัง ‘ดูปกติ’ อยู่ได้… คือสิ่งที่คุณเรียกว่า การถูกโอ๋”
เคียวระเหยียดยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด
"ผมก็คงต้องขอแสดงความยินดีกับชีวิตที่ไม่มีใคร 'โอ๋' ของคุณด้วยนะครับ"
เขาเว้นจังหวะ กวาดสายตามองสึรุด้วยความเวทนา
"เพราะดูแล้ว คุณคงใช้ความว่างเปล่านั้น เป็นข้ออ้างในการทำตัวระรานคนอื่น เพื่อแลกกับความสนใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ...น่าอิจฉาดีนะครับ"
เขาหยุดยืนจ้องหน้าอีกฝ่ายในระยะที่ไอเย็นจากตัวเขาสามารถกัดกินผิวหนังของคนตรงหน้าได้
"โอ๋ งั้นเหรอครับ?"
น้ำเสียงของเขาไม่ได้กระแทกกระทั้น ไม่ได้ตะคอก
"สายตาของคุณคงตื้นเขินพอ ๆ กับมารยาทสินะครับ... ถึงได้มองเห็นแค่ความสมบูรณ์แบบฉาบฉวย แล้วทึกทักเอาเองอย่างน่าสมเพชว่าคนอื่นจะมีชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ"
เขาเอียงคอเล็กน้อย แววตาเหยียดหยัน
+
เส้นความอดทนของเคียวระขาดผึง ไอเย็นแผ่ซ่านจนพื้นคอนกรีตเริ่มเกิดเกล็ดน้ำแข็งบาง ๆ
เขาที่เตรียมจะเดินจากไปค่อย ๆ หมุนตัวกลับมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาที่เคยสั่นไหวเมื่อครู่ ตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิด รอยยิ้มบิดเบี้ยวเผยเขี้ยวแหลมอย่างน่าขนลุก
แทนที่จะรักษาระยะห่างเหมือนตอนแรก เคียวระกลับเป็นฝ่ายก้าวเท้าเดินกลับไปหาสึรุอย่างช้า ๆ รองเท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะที่ชวนให้อึดอัด
+
“ขอประทานโทษด้วยครับ”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ สุภาพ และเป็นทางการจนแทบจะกลายเป็นความห่างเหิน
“กระดาษแผ่นนั้นเป็นของคุณ ถึงจะแลกรับของรางวัลไปแล้ว ผมคงไม่เสียมารยาทนำมาพับเล่นตามอำเภอใจ”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเอ่ย
“อีกอย่าง... สิ่งที่ผมทำมันก็แค่เรื่องไร้สาระฆ่าเวลา"
พูดจบ เคียวระก็ก้มศีรษะให้เล็กน้อยตามมารยาทเป็นการพูดเท่าที่จำเป็นตามที่เขาถนัด
"ผมไม่มีความจำเป็นต้องเอาเวลาไปทิ้งกับกิจกรรมพวกนี้หรอกครับ... ไม่ว่าจะเป็นปีแรก หรือปีสุดท้ายก็ตาม"
เคียวระตอบกลับด้วยคำที่เป็นทางการเกินความจำเป็น ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
"หากคุณมีเวลาเหลือเฟือขนาดนั้น ก็เชิญไปสนุกกับคนอื่นเถอะครับ" เขาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง
"แล้วก็... กรุณาถอยออกไปสักก้าวด้วยครับ"
เสียงทักทายที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้แผ่นหลังที่ตั้งตรงอยู่แล้วของเคียวระเกร็งขึ้น มือซีดที่กำนกกระเรียนกระดาษอยู่ ถูกนำลงในกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว
เขาไม่อยากให้ใครเห็น
มาซายูกิขยับเข้ามาใกล้... ใกล้เกินกว่าที่ระยะที่เคียวระจะยอมรับได้ เคียวระก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
"สวัสดีครับ มาซายูกิ"
เขามองมาซายูกิตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่แอบแฝงไปด้วยการตัดสิน
+
ถ้อยคำตอกกลับแฝงไปด้วยความเชือดเฉือนและท้าทาย เป็นการโยนคำถามกลับไปอย่างตั้งใจ
"สิ่งที่มีค่าหรือไม่มีค่า ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยสายตาของคนที่ไม่ได้รู้อะไรเลยหรอกนะครับ"
เขาเผลอกัดริมฝีปากตัวเองไม่รู้ตัว รสเลือดจางๆ ย้ำเตือนให้เขากลับมาสวมหน้ากากได้อีกครั้ง
"และต่อให้มันจะมีค่า มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาใส่ใจด้วย"
เขาหยุดเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งคล้ายกำลังประเมินพฤติกรรมของคนตรงหน้า
"หรือว่าคุณว่าง จนต้องมาเรียกร้องความสนใจจาก 'ขยะ' ของคนอื่นกันล่ะครับ?"
+
ฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินชะงักลงแทบจะในทันทีที่ประโยคนั้นจบลง
คำถามนิ่งเรียบของสึรุราวกับเข็มที่แทงทะลุเข้ามาจี้ถูกจุดอ่อนอย่างจัง
เขารู้ดีแก่ใจว่ามันไม่ใช่ขยะ แต่ความหยิ่งยโสและความหวาดกลัวที่จะถูกมองทะลุถึงความอ่อนแอ
ไม่อนุญาตให้เขายอมรับมันต่อหน้า
ทำไมคนไร้ระเบียบและไร้มารยาทพรรค์นี้ถึงต้องมาใส่ใจเซ้าซี้กับแค่กระดาษแผ่นเดียว?
+
"ถ้าการแสดงพฤติกรรมแบบนี้ คือวิธีเรียกร้องความสนใจของคุณล่ะก็..."
น้ำเสียงของเคียวระกลับมาเรียบนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวเหมือนเมื่อครู่
"ผมก็ไม่มีเวลาว่างมาเล่นเป็นเพื่อนหรอกนะครับ..."
ร่างสูงโปร่งก้าวเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
คำว่า ‘พ่อคุณชาย’ ที่หลุดออกมาจากปากของอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน มันคือคำเรียกที่เขาทั้งขยะแขยงและเกลียดชัง
บรรยากาศรอบกายของเขาลดฮวบลง ไอเย็นที่เคยแผ่ออกมาจาง ๆ ตอนนี้แทบจะเห็นเป็นไอหมอกจาง ๆ
ดวงตาตวัดมองสึรุตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่า แต่แฝงความสมเพชอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มเยาะเย้ยของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอยากจะต่อล้อต่อเถียงด้วยอีกต่อไป
+
"พฤติกรรมต่ำทราม... ไร้การอบรมที่สุด"
เขาพึมพำลอดไรฟันด้วยถ้อยคำเหยียดหยัน แววตาจ้องเขม็งราวกับจะแช่แข็งคนตรงหน้าให้ตายคาที่
มันทอดมองสึรุด้วยความขยะแขยง
"อย่า-มา-แตะ-ต้อง-ตัวฉัน"
น้ำเสียงที่กดต่ำและเน้นย้ำชัดเจนทุกถ้อยคำนั้น แววตาของเคียวระจ้องเขม็งไปยังคนตรงหน้า
มือของเขายกขึ้นดึงรั้งคอเสื้อของตัวเองให้กลับมาปิดชิดลำคอแน่นหนาดังเดิม ปลายนิ้วสั่นสะท้านจากความโกรธและความหวาดระแวงที่พุ่งทะลุปรอท
+
วินาทีที่ฝ่ามือของสึรุกระชากคอเสื้อ รูม่านตาของเคียวระหดเล็กลงด้วยความตื่นตระหนก สัมผัสที่ไร้การเตือนล่วงหน้าทำให้สัญชาตญาณป้องกันตัวทำงานในเสี้ยววินาที
เพียะ!
หลังมือเย็นเฉียบปัดป่ายท่อนแขนของอีกฝ่ายออกอย่างรุนแรง
ความสมบูรณ์แบบที่เขาพยายามรักษาไว้ปริแตก ริมฝีปากเผยอขึ้นด้วยความโกรธ เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมซ่อนอยู่ด้านใน แววตาของเขาในตอนนี้ไม่เหลือความเฉยเมยอีกต่อไป
+
มือที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำนกกระเรียนกระดาษไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย
"ถ้าผมบอกว่ามันคือขยะ... ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่คุณจะต้องอยากเก็บมันไปนี่ครับ"
น้ำเสียงของเคียวระยังคงราบเรียบและใช้คำสุภาพเป็นทางการเหมือนเดิม ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับเย็นชาและแข็งกระด้าง เขาไม่คิดจะหยิบมันออกมา หรืออธิบายอะไรให้คนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันในคาบโฮมรูมฟังทั้งนั้น
อุณหภูมิรอบบริเวณนั้นลดต่ำลงอย่างเฉียบพลัน ไอเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกมาจากของเขาชัดเจนกว่าเดิม
ราวกับเป็นกำแพงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเตือนภัยเมื่อมีคนล้ำเส้นเข้ามา
คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ดวงตาที่มักจะเรียบนิ่งตวัดมองสึรุด้วยสายตาชแฝงความตำหนิ ลึกๆ ในใจเขากำลังต่อว่าคนตรงหน้าอย่างรุนแรง ‘ช่างเซ้าซี้และไร้มารยาทเสียจริง’
+
"แล้วก็อย่างที่คุณเห็น ผมกำลังจะกลับห้อง กิจกรรมที่ต้องวิ่งวุ่นส่งเสียงดังพวกนี้... ไม่มีความจำเป็นอะไรกับผม"
ถึงปากจะเอ่ยปฏิเสธความสำคัญของกิจกรรม และสีหน้าจะดูเย่อหยิ่งจนติดไปทางรำคาญ แต่ถึงจะพูดแบบนั้น มือซีดกลับยื่นไปรับกระดาษ สายตากวาดมองช่องว่างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามสั้น ๆ
“…เซ็นตรงไหนครับ”
เคียวระชะงักลง เขาปรายตามองรูมเมทรุ่นน้อง สรรพนามล้อเลียนทำให้คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์ เขาถอยครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ พร้อมซ่อนนกกระเรียนลงกระเป๋า
เขาทอดสายตามองกระดาษที่ถูกยื่นมา
“…เลิกเรียกผมแบบนั้นเสียทีเถอะครับ ริคุ”
น้ำเสียงของเคียวระราบเรียบ ติดจะเย็นชาและเป็นทางการเกินความจำเป็นเหมือนเช่นเคย เขาถอนหายใจออกมาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
+
เสียงทักทำให้เคียวระชะงัก เขารีบซ่อนนกกระเรียนไว้ด้านหลัง คิ้วขมวดเล็กน้อย
แต่คำชมที่ไม่คาดคิดทำให้เขานิ่งไปชั่ววูบ ดวงตาเบิกกว้าง ก่อนจะรีบตีหน้าตาย แม้ปลายหูและต้นคอจะขึ้นสีแดงชัด
เขาเบี่ยงตัวถอย หลบสายตาอย่างชัดเจน ปล่อยคำชมของอีกฝ่ายผ่านไปเหมือนไม่ได้ยิน
ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพเกินจำเป็น
“กิจกรรมแบบนั้นไม่เกิดประโยชน์อะไร หากไม่มีธุระแล้ว…ผมขอตัวครับ”
เคียวระตอบสั้น ๆ ได้ใจความ เขาเบี่ยงตัวเล็กน้อยเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปทางอื่น
ท่าทีแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการเสวนาหรือถูกรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวไปมากกว่านี้
เสียงทักทายที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำเอาสันหลังของเคียวระชาวาบ ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อย
เขาก้าวถอยหลังรักษาระยะห่างทันที จนแทบจะดูเหมือนการกระตุกหนี
กระดาษที่พับเมื่อครู่ ถูกยัดซ่อนลงในกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็วราวกับไม่อยากให้สายตาที่ ‘ไร้มารยาท’ คู่นั้นได้เห็น
“แค่ขยะครับ”
+
(อยู่ที่โรลแล้ว555)