(ขอเอาไปเก็บใส่บั้มได้มั้ยคะ แปะเครดิตไว้ได้เลยน้า)
Posts by Kiril in wood
"เกลียดโรงเรียนขนาดนั้นเลยสิ...น่า...ในเมื่อกฎหมายกำหนดให้เรียนก็เรียน ๆ ไปเถอะ"
เหลือบมองสีหน้าไอเด็กข้าง ๆ
"ชีวิตจะมีความสุขแค่ตอนเห็นซากอย่างเดียวไม่ได้นะเกล็น แล้วสรุปอยากล้างรูปมั้ยเนี่ย ฉันจะได้ทำตัวถูก"
เขาหัวเราะกับประโยคที่เกล็นบอก ถ้าถึงแล้วไม่ตื่นให้ลากกลับ อย่างกะคนบ้าเลยทีเดียว
"ลากกลับ...ท่าเดียวกับที่ฉันแบกกวางนะ บอกเลย ปวดหลังฉันไม่รับผิดชอบนะ"
"เด็กโปกที่ทำกล้องพังมาให้ฉันซ่อมตลอดนี่ไง ที่เป็นคนถ่าย"
แม้คำจะดูแรงแต่เขาก็ยกมือขึ้นยี ๆ หัวไอเด็กเกล็นอย่างเอ็นดูก่อนจะสตาร์จรถแล้วมุ่งตรงกลับบ้านทันที
"ล้างรูปด้วยเลยเรอะ...โอเค...งั้นฉันคงต้องล้มเลิกล่าสัตว์ในคืนนี้แล้วสินะ"
"ถ่ายมาเยอะเลยนี่ ให้ช่วยล้างมั้ย?"
เขาเลื่อนมือไปเปิดเทปที่เสียบคาไว้แทน ช่วงเวลาแบบนี้เขาไม่ค่อยอยากฟังวิทยุเท่าไหร่
(อยากไปหลังไมค์น่ะค่ะ พอดีบางทีอยากพิมพ์อะไรเยอะกว่าที่จะตอบได้ทีเดียวบ้าง🥹)
(เราสามารถบวกที่นี่ได้อย้างเดียวหรือหลังไมค์ได้คะ)
"เอาเพิ่มมั้ย ฟิล์มน่ะ....แต่ถ่ายสงเดชแบบนั้น โอเคแน่นะตอนล้างออกมาแล้วเอาเข้าคอลแลคชั่นไม่ได้น่ะ"
เขาทักเด็กชายที่ทำเรื่องชอบมาตลอดด้วยท่าทีไม่ตั้งใจแบบนั้น เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาไปทำให้เด็กคนนี้รำคาญเข้าให้รึเปล่าด้วย
"แต่เอาเถอะ ถือว่าถ่ายให้แล้วก็ละกัน...งั้นขึ้นรถได้เลย เดี๋ยวฉันพากลับไปส่งบ้านก่อน....หรือยังอยากซนกับฉันต่อล่ะ"
"เลือกเอาเองล่ะกันนะ"
"เอาเถอะ...แต่แกจะมาเป็นศพตอนนี้ไม่ได้ เข้าใจใช่มั้ย"
หลังจากหยิบฟิล์มกับแบตให้เกล็น เขาก็คว้าปืนมาสะพายเผื่อไว้
"ไอหนู แกอยากจะอ้อยอิ่งแค่ไหนก็ได้นะ แต่ช่วยระวังรอบข้างให้มากกว่านี้หน่อยจะดีมาก"
เขาบ่นพลางเดินตามอีกฝ่ายไปติด ๆ หูเงี่ยฟังรอบข้างไปด้วย
(หน้าอ่อนหวานขึ้นมาเล็กน้อย/กราบ)
(หน้าตาดูน่าคบหาเฉย—/โดนทุบ)
(เกียมโดนผูกแล้วคับ—)
(ราจูไม่ใช่พนง.อำเภอล่ะ ไปเป็นนายแบบกัน)
(ฝากเอ็นดูลุงแกด้วยนะคะ🥹)
(เนื่องจากอาจมีวี่แววว่าจะมาแค่คนเดียวเพราะงั้น..../วางระเบิด)
(เผื่อใครอยากได้เส้นอันไม่คงเส้นคงวาของเรา)
"จ่ะ แล้วไม่ทราบว่าเธอจะเป็นคนที่รอดรึไง"
มือหน้าคว้าคอเสื้อเด็กแสบลากมาข้างรถแทน อย่างน้อยถ่ายเกิดอะไรขึ้นเขายังช่วยอีกคนได้ทัน
"รอนี่ล่ะ อย่าซนให้มันมาก"
เขาเปิดประตูรถคว้าเอาฟิล์มกับแบตยื่นให้ไปทั้งสองอย่างแบบไม่หวง
"เอาล่ะ...ไหนคิดว่าตัวเองจะรอดถึงคนที่เท่าไหร่กัน หืม?"
"ไหงถ่ายฉันล่ะ...อะไรของเธอเนี่ยเกล็น"
เขาเลิกคิ้วมองเด็กชายที่สาดแฟลชใส่หน้าเขาเต็มข้อเมื่อกี้
"หน้าฉันมันดูน่าถ่ายกว่าศพกวางขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย...ไม่ยักกะรู้"
แม้ภายนอกจะดูไม่ทุกร้อนแต่เขาก็รู้สึกไม่ดีนักที่จะต้องยืนอยู่ตรงนี้ต่อ แต่ในเมื่อเจ้าเด็กเกล็นอยากจะซนต่อ เขาก็จะอยู่ตรงนี้คอยระวังให้อย่างเคย
"เอาไงดี โทรเรียกอีกรอบมั้ย บอกเชาว่าเหลืออีกตัวนึง ดีนะยังไม่มีตัวอะไรมาแทะซากน่ะ...."
พูดจบเขาขนลุกขึ้นมาทันที นี่มันผ่านมากี่ชั่วโมงแล้ว ไหนจะกลิ่นที่น่าจะเตะจมูกพวกกินซากได้แน่ๆ ถ้าเทียบว่าก่อนหน้านี้ที่มีซากเยอะกว่านี้ แล้วทำไมถึงยังไม่มีตัวอะไรมาแทะซากเลย
"เกล็น...รีบถ่ายเข้า กี่ภาพก็ได้ เดี๋ยวฉันให้ฟิล์มเธอเลยอันนึง ฉันว่าเราไม่ควรอยู่นี่นานนะ"
"เดี๋ยวขึ้นรถแล้วฉันจะโทรแจ้งอีกที"
"ไม่ได้กังวลเรื่องติดเชื้อนักหรอกถ้าไม่กินเข้าไปน่ะ....แค่ไม่อยากให้มีหลักฐานสาวมาถึงตัวก็เท่านั้นล่ะ"
เขาเดินไปคุ้ยถุงมือที่เบาะหลังรถมาโชคดีที่มี 2 คู่เลยยื่นให้ไอเด็กซนไปคู่นึงแล้วอีกคู่นึงก็เหน็บใส่เสื้อโค้ตตัวเองไว้
"รอย...ของมีคมรึเปล่านะ...มีดคงจะคมระดับนึงเลยสิถ้าปากแผลจะสวยขนาดนี้...แบบนี้พรานกับคนล่าสัตว์ทั้งเมืองไม่เดือดร้อนเอารึไง ผู้ต้องสงสัยเป็น 50%ของประชากรงี้?"
"เห้ย!? เดี๋ยวสิ เกล็น!"
ชายวัยเกือบเลข 5 หัวใจแทบวายกับเด็กที่เพิ่งโดดออกจากรถเขาไปเมือกี้ก่อนจะรีบจอดรถแล้วลงไปดูอาการทันที
"รู้ว่าตื่นเต้นนะ แต่ไม่เป็นไรใช่มั้ย เมื่อกี้เซด้วยนี่ ไม่เจ็บตรงไหนจริงๆ ใช่มั้ย"
เขาถามพลางมองตรงเท้าอีกฝ่ายไปด้วย ถ้าไม่บาดเจ็บอะไรก็ดีไป สายตาเลยเริ่มเปลี่ยนไปมองรอยเลือดตามบ้าง
"คิดว่าไง...เตือนนะ ดูกับถ่ายได้อย่างเดียว ห้ามจับอะไรทั้งนั้น"
"ไม่ใช่แบบนั้นสิ..."
ฟังแล้วปวดหัวสมเป็นเด็กคนนี้จริงๆ เขาตบที่ลิ้นชักข้างตัวโดยไม่มองอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
"แบตกล้องอยู่นี่...ถ้าจะใช้นะ"
"อีกอย่างเรื่องกล้องใหม่...ถ้ามือสองก็ให้ได้อยู่หรอก...ไว้วันเกินมาเคาะละกัน"
เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะหยุดตรงจุดที่ได้ยินว่ามีศพกวางช้าๆ
"เคลียร์หมดแล้วเหรอ....ทำงานไวเบอร์นั้นเชียว?"
"น่า...ถ้าโดนเพิ่มโทษ เดี๋ยวเอาขนมมาฝากน่ะ"
เขาเข้าประจำที่เบาะคนขับ ก่อนจะสตาร์จรถกระบะเก่าๆออกจากหน้าบ้านของเกล็นไป
"นี่...กล้องน่ะ...ถ้าพาไปร้านมือสองดูอันใหม่สักอันไม่ดีเหรอ"
เขาถามเพราะเห็นสภาพกล้องอีกฝ่ายที่เยินกว่าของเขาที่ผ่านสงครามมาก็แอบระเหี่ยใจไม่ใช่น้อย
"หรือยังไง...เก็บไว้เป็นความทรงจำ? ต่อให้ฉันจะซ่อมได้ แต่ไอรอยแตกแบบนั้นน่ะ เกินคำว่าซ่อมไปนิดนะ"
(เคาะๆ ใครสนใจสตอรี่ พรของลุงแก่ๆ คนนี้มั้ยคับ 👉👈)
#WTM_Commu
นี่เจอกับแมวตัวเองไม่รู้แมวคุณจะเป็นมั้ย ซนปีนราวผ้าม่าน ปีนประตู ห้อยโหนเป็นลิง ห้อยทีแม่ๆ ใจหายวาบ
มีวีรกรรมแทะมุ้งลวด เปิดประตูเองด้วย พอดึกๆ เขี่ยประตูห้องนอน อยากเข้าไปนอนกับนุด คึกๆ หน่อยวิ่งขึ้นลงชั้น 1-2 ไป 2-1 วนอยู่แบบนั้น
นี่โตมาหน่อย เริ่มกัดถุงอาหารจนที่บ้านต้องใส่กระปุกแทน ถ้าน้องกัดถุงอาหาร ระวังได้ฝูงมดมาเป็นของแถมนะคะ บ้านเรานี่กัดทีมดแบบทำสวิชต์ไฟรวนเลย
เขากะแล้วว่าไอเด็กตรงหน้าต้แงไม่พูดแน่ๆ เขาเลยตะโกนเข้าไปในบ้านแทน
"แม่ค้าบ ผมพาลูกแม่ไปช่วยงานหน่อยนะ ขอโทษที่มาพาลูกแม่ออกไปดึกดื่น ผมจะจ่ายค่าจ้างให้แล้วเอากลับมาคืนแม่แน่นอนค้าบ! ถ้าจะด่าให้มาด่าผมคนเดียวนะ!?"
พูดจบก็ลากเด็กชายขึ้นรถมาทันที ไม่รีรอให้แม่อีกฝ่ายตอบกลับด้วยซ้ำ มองของที่อีกฝ่ายพกมาแล้วก็เปิดล็อคประตูรถให้
"รีบไปกัน"
"ขอรูปเยอะๆ เลย ทำได้ใช่มั้ยเกล็น"
(ขอโทษน้า แต่ไอพอดในยุค 2001 มันติดใจมาก...ตัวไอพอดรุ่นแรกของแอปเปิ้ลเปิดตัววันแรกเดือนตุลา ปีเดียวกันก็จริงในราคา 399$ แต่ถ้านับตามวันในปีนี้จริงๆ เท่ากับมันยังไม่เปิดตัวรึเปล่าคะ อย่างน้อยก็ฟังเพลงจากมือถือหรือเรื่อง mp3 ของยุค 1998 ก็พอได้อยู่นะคะ แต่ไม่ต้องสนใจเราก็ได้ค่ะ เราอาจจะซีเรียสกับมันเกินไป)
"ฉันได้ยินนะ ข่าวในวิทยุนั้นน่ะ"
"แล้วก็คิดว่าคนอย่างเธอเนี่ยเหรอจะพลาด"
พูดพลางมองอีกฝ่ายว่าจะเอายังไง เขาไม่ซีเรียสหรอกว่าอีกฝ่ายจะไปได้รึเปล่า แต่เสียงเรียกของผู้ปกครองดันดังขึ้นเสียก่อน
"แม่เรียกแหนะ ไปบอกแม่หน่อยมั้ยว่าฉันอยากให้เธอไปช่วยงานคืนนี้น่ะ"
"สัญญาว่าจะพากลับก่อนเที่ยงคืน"
บ้านตีนเขาย่าน Woodside
วันอาทิตย์ เวลา 21.30 (โกงเวลา) | โรลปิด
เขากำลังจะออกไปล่าสัตว์เผื่อวันพรุ่งนี้พอดี แต่รอบนี้รู้สึกตากระตุกแรงแปลกๆ เลยเดินไปเรียกเด็กขาประจำข้างบ้านอย่างเกล็นให้มาร่วมเข้าป่ารอบนี้ด้วย
ขาเดินฉับๆ ไปเคาะประตูบ้านเด็กชายเบาๆ หวังว่าจะไม่กวนคนที่หลับไปแล้ว
"เกล็น ไปป่ากันมั้ย"
#WTM_community
'ช่วงชีวิตพัดพาให้เราคิดกับท้องฟ้าต่างออกไปจะว่าช่วงชีวิตก็ดูจะยาวนานเกินไปเสียหน่อย อาจจะเป็นอารมณ์ของแต่ละวันเลยก็ได้ที่ทำให้เรามองมันต่างไป อย่างตัวผู้เขียนที่มองท้องฟ้าผ่านเลนส์กล้องก็มองว่า ทุกวินาทีหรือทุกวันท้องฟ้าก็ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ชีวิตของเราเองก็เป็นแบบนั้น ทุกๆ วันเราเติบโตขึ้นไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม'
เขาวางปากกาแล้วปิดหน้าสมุด รอบข้างเริ่มกลับมมามีเสียงอีกครั้ง
มือหนาจรดปากกาดำด้ามโปรดบอกเล่าแนวคิดของตนลงไปอย่างไหลลื่น แม้ในใจจะไม่คาดหวังว่าจะมีใครได้อ่านมันก็ตาม
'แต่แม้จะเป็นท้องฟ้าผืนเดียวกันนี้ ถ้าเป็นฉันในตอนที่ยังเด็กคงมองว่ามันกว้างใหญ่เกินกว่าจะเข้าใจ หรือในช่วงที่เพิ่งทำงานแรกในชีวิต หลังจากเลิกงานก็คิดกับมันอีกแบบหนึ่ง 'อ่า...หมดไปอีกวันโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ยังมีผ้าที่ต้องซัก ปืนที่ต้องขัดอีก' ฉันคิดแบบนั้น'
"ถ้าเริ่มจากชื่อคอล์ลัม....กับนามปากกา..."
'ใต้ท้องฟ้าเดียวกันจากที่ไหนสักทีบนโลก'
'เพื่อนพันธุ์ไซบีเรียน'
เขาเขียนชื่อคอล์ลัมพลางหัวเราะกับมันนิดๆ ก่อนจะเดินไปหยิบรูปภาพคอลแลคชั่นท้องฟ้ามาวางเรียงกันบนโต๊ะ
'ฉันเคยอาศัยอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง มองไปบนท้องฟ้ามันมีสีที่คล้ายกัน ตอนเช้าเป็นสีท้องสว่างก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าในตอนกลางวัน และกลายเป็นสีชมพูอมม่วงหรือเหลืองอมส้มในช่วงเย็น'