เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันมาให้ความสนใจคนที่กำลังนำทางอยู่
“จริงด้วยครับ ผมยังไม่รู้เลยว่าคุณทำงานอะไร”
“ผมถามได้รึเปล่า?“
พอเขาเปรยมาแบบนั้นก็พอทราบได้ว่าคงทำงานเกี่ยวกับธุรกิจร้านใดใดสักอย่างแน่ ดูท่าจะเป็นคนที่มีสัมพันธไมตรีดี และนึกถึงคนอื่นๆอยู่ด้วย
“คุณจะต้องเป็นที่เอ็นดูของคนที่ทำงานแน่เลย”
ยิ้มบางให้ด้วยความชื่นชม
Posts by 𝐒𝐭𝐞𝐥𝐥𝐚𝐌𝐚𝐫𝐢𝐬
เขานิ่งไปชั่วครู่ด้วยความไม่เข้าใจ เมริซนั้นไม่ถูกกับความรุนแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงไม่อาจกระจ่าง
“หมายถึงตายเองหรือตายเพราะลูกหลงนะครับ?”
พอฟังช่วงท้ายก็ทำให้รู้สึกว่า ภาพก่อนและหลังมีครอบครัวช่างต่างกันเหลือเกินคุณพ่อคนนี้
“คงเป็นห่วงคุณละมั้งครับ”
เหมือนที่เขาพูดกันว่า หากพ่อเคยเจ้าชู้มาก่อน พอมีลูกสาวแล้วจะหวงมาก เพราะกลัวลูกจะเจอคนแบบตัวเองในอดีต อะไรแบบนี้รึเปล่า
🪸: คุณมีประกันหลังการขายใช่ไหมครับ? หากโดนรวบ..
🪸: ถ้าผมซื้อ ผมจะโดนรวบไหมครับ? เป็นผู้คุมบ้านซะด้วย…
ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเดินทางบ่อยไหม แต่กับเขาเองที่เดินทางบ่อยคงไม่มีโอกาสมาอลาสก้าอีกเร็วๆนี้แน่
หน้าต่างในห้องพอจะบ่งบอกได้ว่าท้องฟ้ายามเย็นได้เปลี่ยนเป็นช่วงกลางคืนแล้ว อุณหภูมิข้างนอกก็คงจะเย็นลงด้วยเช่นกัน
“เอาสิครับ คุณทำการบ้านมาได้ดีเลยนะครับเนื่ย”
เมริซสนใจผู้คนและชีวิตบนเรือมากไปเสียหน่อยจนลืมว่าเรือนี้มีจุดหมายที่จะเทียบท่าระหว่างรายการอยู่ด้วย
“ผมอยากจะซื้อของขึ้นชื่อของที่นี่พอดีเลยครับ”
“มีใครที่คุณมอริอยากซื้อของไปฝากบ้างรึเปล่า?”
(+)
“ครับ”
เขาพนักหน้ารับแล้วหายเข้าไปในห้องพัก ใช้เวลาไม่นานก็ออกมาเช่นเดิม
“เรียบร้อยแล้วครับ”
รองเท้าหุ้มข้อสีดำ ข้างในถุงเท้าอีกชั้นน่าจะเหมาะกับการออกไปข้างนอกแล้ว
“แล้วคุณมอริคิดรึยังครับ? ว่าอยากทำอะไรที่อลาสก้า”
เพราะเมื่อกี้ทานชาในโรงมาแล้ว เจ้าตัวเลยเลือกสั่งน้ำผลไม้รวมกับคุกกี้เนยถั่วแทน ตามเจ้าของเนื่องไปติดๆจนนั่งลงกับโต๊ะ
“ผมเกือบสงสัยแล้วว่าคุณแม่กับคุณรับมือหรือเห็นชอบกับคุณพ่อได้ยังไง”
ดูจากคิโยชิที่ใจดี ร่าเริงแบบนี้ มองภาพไม่ออกเลยว่าแต่ก่อนคุณพ่อเขาจะเป็นแบบนั้น
“ท่าทาง ความรักจะทำให้คนเปลี่ยนไปนะครับ”
ยังคงเอ่ยรับส่ง ฟังอีกคนเล่าอย่างตั้งใจ
“สุดยอดเลย..”
เมริซลดตัวก้มมองเสื้อสีเทาที่ถูกดึงโชว์นั่น
“ตัวเท่านี้ทำอะไรได้เยอะแยะเลยแฮะ”
“งั้นยังไงก็ไว้คุยใหม่บนเรือนะครับ”
เขาดีดตัวกลับขึ้นมายืนเหยียดตรง
“อยู่อลาสก้าได้4วัน อยากทำอะไรก็รีบทำนะครับคุณนาร์~”
สองเท้าเดินย่องๆโบกมือลา ถึงเวลาเตรียมไปต่อแถวซื้อแยมเบอร์รี่ป่าแล้ว
ประตูห้องพักที่ถูกแบ่งตกแต่ง ฝั่งซ้ายของเขาใส่ผ้าสีขาวโปร่งขึ้นเงาฟ้าชมพู มันโปร่งพอจะเห็นทะลุไปยังไข่มุกเม็ดสวยที่กำลังเรียงตัวติดประตู และสิ่งที่เด่นที่สุดคือ รูปแพะที่ติดอยู่ทั้งซ้ายขวา
“รูมเมทผมเขาพาแพะตัวเล็กมาด้วยน่ะครับ”
เขาค่อยๆแง้มเปิดดูเพื่อตรวจเช็คว่ารูมเมทและแพะอยู่หรือไม่ แต่ไร้เสียงของสิ่งมีชีวิตใดใดตอบรับก็แน่ใจว่าในห้องไม่มีใครอยู่
“เข้ามาไหมครับ? ผมจะเปลี่ยนรองเท้าสักหน่อย”
เมริซจับจ้องที่ใบหน้า ดวงตา ริมฝีปากของคนพูดอย่างตั้งใจ ไม่ได้เอ่ยอะไรขัด คล้ายเข้าใจว่าอีกฝ่ายคงมีความหลังในโลกใบนั้นไปช่วงหนึ่งเลยทีเดียว
“ครับ ผมเองก็ชอบความเรียบง่ายแบบนั้นเหมือนกัน”
เอ่ยเพื่อตอบจบหัวข้อสนทนา ให้อีกฝ่ายรู้ว่ามันไม่ผิดเลยเราอาจจะแค่อยู่ผิดที่เฉยๆเท่านั้น
“ของพวกผมก็ค่อนข้างเรียบง่ายครับ อ่อห้องผมเราอยู่กัน3คนนะครับ”
ใช้เวลาไม่นานก็เดินมาถึงหน้าห้อง712
“ราวกับเวทมนตร์เลยครับ”
ดวงตาเปล่งประกายรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย ก่อนหันมองรอบด้านที่เป็นสีขาวโพลนไปทั่ว
“งั้นความหนาวก็คงทำอะไรคุณไม่ได้
รวมถึงความร้อนด้วยรึเปล่าครับ?”
ดูจากหิมะที่ปกคลุมทั่วพื้นที่ มีสิทธิ์ที่อากาศตรงนี้จะเป็นอุณหภูมิติดลบ แล้วดูเหมือนคนคนนี้จะไม่สะทกสะท้านอะไร เช่นนั้นจะทนความร้อนได้แค่ไหนบ้างล่ะ
“หืม โรแมนติกจังเลยครับ”
“คุณตะได้เจอสาวคนนั้นแน่นอน คนที่คุณพร้อมที่จะเปิดหน้ากากนั่น”
เขาเอ่ยอย่างจริงใจพลางยิ้มบางให้
“แล้วแบบนี้ผมก็ไม่เห็นสีหน้าคุณด้วยนะสิ”
“แล้วต้องแอบไปทานอาหารคนเดียวรึเปล่าครับ?”
“ตอนนอนล่ะ รูมเมทคุณจะเห็นรึเปล่า?”
เมริซกลายเป็นเจ้าหนูจำไม—
"Pancake, takoyaki, or me?"
"...Just kidding~"
(CMS. by Facebook@ต้น อ้อ //และชุดเมดของเลิฟเลิฟคนดีคนเดิม)
(แงง เจ้าคิโยชิมันน่ารักว้าาาา😭😭✨🫳)
“อ่าว อย่างนั้นหรอกหรอครับ”
เหมือนเจ้าตัวจะเข้าใจผิดไปแต่แร
“งั้นรูปร่างที่แท้จริงของดาวอัลมาก็อยู่ข้างในสินะครับ?”
สองเท้าเขย่งบนพื้นหิมะ ไม่ได้ช่วยให้เขาทองอีกฝ่ายได้ง่ายขึ้นเลย แต่ก็แสดงท่าทีว่ากำลังสนใจคู่บทสนทนาอยู่
ซึ่งเขาไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องนิกายเท่าไหร่เลยเหมือนยังไม่เข้าหู
“อืม!”
เมริซพยักหน้าสุดแรงเกิน การได้มาอยู่ในเรือลำนี้คงเป็นที่ชื่นชอบของคนตรงหน้าเป็นแน่
รอยยิ้มฉีกกว้างทำให้เมริซเข้าใจว่าอีกฝ่ายก็กำลังอารมณ์ดีและชอบใจอยู่
“ว่าแต่นะคุณฮาจิเมะ”
“จะว่าอะไรไหม ถ้าผมจะถามว่าคุณมาจากไหน?”
ไม่ใช่ในเชิงที่อยู่ แต่หมายถึงเผ่าพันธุ์ จึงทำภาษามือเป็นคำถามสั้นๆเสริม
‘คุณ คือ อะไร?’
“อืม..”
สองเท้าเดินตามพลางมองต่ำทำสีหน้าครุ่นคิด ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี เพราะเขาเองก็อยากจะศึกษาในฝั่งมนุษย์ที่ใช้เวทมนตร์เหมือนกัน
“งั้นเริ่มที่ ที่มาที่ไปของพวกเขาด้านเวทมนตร์ก็ได้ครับ”
ถึงตอนนั้นคงลากยาวมาถึงที่มาของคนข้างๆได้เช่นกัน
“แน่นอนสิครับ ผมคงต้องรู้จักดาวของเหล่าสมาพันธ์บ้าง”
เขาพยักหน้าหงึกๆแบบกำลังตั้งใจฟังอยู่
“จะต้องเป็นทัศนียภาพที่น่าสนใจมากแน่ๆเลยครับ”
แม้ไม่รู้ว่าดาวนั้นจะอาศัยกันได้ยากรึเปล่าในสภาพแวดล้อมอย่างนั้น เพราะเจ้าตัวยังล้าหลังอ่อนต่อจักรวาลอยู่ ดาวเจมม่าที่อุดมสมบูรณ์อาจทำให้คิดไม่ถึง
“ว่าแต่สิ่งมีชีวิตส่วนมากผมเห็นว่ามักจะมีเนื้อหนังนะ คุณสวมเกราะอยู่รึเปล่าครับ?”
🪸: เขาคงจะหยอกคุณเล่นละมั้งครับ?
🪸: เป็นคุณ หรือพ่อคุณที่ชวนเขามาเป็นการ์ดกัน?
คำพูดเหล่านั้นทำเอาเมริซเอียงคอมองด้วยความรู้สึกที่ว่า เจ้าตัวก็ดูมีความรู้พอควรเพราะขนาดเขายังไม่นึกถึงขั้นเลย
“จริงครับ ผมคงไม่ทันได้สังเกต หากคุณไม่ซักผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮ่ะๆ”
หยอกตอบกลับแล้วพากันเดินออกจากร้านค้า ว่าไปแล้วก็มีแต่ฝ่ายเขาที่รู้ชั้นห้องพักอีกคน
“ชั้น7น่ะครับ”
“คุณได้ตกแต่งประตูห้องไหมครับ?”
ดีที่ชั้นห้องพักเป็นทางผ่านก่อนลงไปด้านนอกเรือ ว่าแล้วก็เอ่ยชวนคุยระหว่างทาง
(ขออนุญาตเนียนรู้จักดาว)
“ด ดาวอัลมา เคยได้ยินแต่ชื่อ”
“ชาวดาวอัลมาเป็นแบบนี้นี่เอง!”
ดุ้กดิ้กๆวิ่งเข้าไปใกล้ดูซ้ายทีขวาทีด้วยความสนใจ
“ดาวผมเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญทางทะเลเป็นหลัก ไม่ว่าจะสิ่งมีชีวิตหรือไข่มุก”
หากเคยได้ยินชื่อก็อาจไม่แปลก เพราะเป็นดาวอนุรักษ์ของสมาคมจักรวาล คงเป็นข่าวดังแน่ที่มันแตกไปแล้ว
“ยอดเยี่ยมไปเลยนะครับที่เราได้มาเจอกันที่นี่”
“ดูน่าสนใจดีนะครับ ประดิษฐ์ของที่มีประโยชน์แบบนั้นขึ้นมาได้”
เดินออกมานอกโรง นาฬิกาข้างหน้าก็บอกถึงเวลาค่ำๆแล้ว ข้างนอกคงจะเป็นท้องมืดมิดที่เปล่งประกายไปด้วยแสงดาวและออโรร่าไกลๆ
“ผมมีเวลาพอไปนั่งดื่มชาอยู่นะครับ”
“เป็นคาเฟ่ที่เห็นวิวด้านนอกดีไหมครับ?”
นั่นคือคาเฟ่เดียวกันกับที่คนข้างๆเป็นคนแนะนำมานั่นเอง
🪸: ผมเมริซครับ ยินดีที่ได้รู้จัก
🪸: คุณควินนะหรอครับ? เขาก็ดูใจดี น่าจะหาคนรักได้ไม่ยากมั้งครับ
🪸: มาซี่~ เอากี่กระปุกดีครับ? หรือว่าเอาขนมปังด้วยไหม ผมไปดูที่ห้องอาหารให้
🪸: ฮ่ะๆ ผมยังไม่รู้จักคุณเลย ไม่ทราบด้วยว่าเขาคนนั้นคือใคร
🪸: ตัวแสบ? เขาทำงานได้ไม่ดีหรอครับ?
“ไม่จริงนะครับ? แล้วเจ้ารูนนั่นล่ะ?”
ก็พอได้เห็นมนุษย์ที่ใช้เวทมนต์อยู่บ้าง แต่น้อยกว่าเผ่าพันธ์ุน้ำเป็นไหนๆ ก็เมริซดันเดินทางไปศึกษาแต่ทะเลหรือชายหาดเท่านั้นเอง
เขาเดินนำพาออกจากโรงหนังไป
“ว่าแล้วผมก็ยังไม่ได้ฟังเรื่องของพวกท่านเลย”
เอ่ยทักท้วงในสิ่งที่ตัวเองเคยพูดไว้
“คุณนี่ต้องมีรสนิยมในการแต่งตัวมากๆแน่เลยครับ”
พออีกฝ่ายพูดออกมาแบบนั้นก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาหน่อย หันไปคิดเงินกับพนักงานและห่อเอาเสื้อผ้าตัวเองกลับโดยที่ไม่ได้สังเกตว่าแท็กเสื้อยังไม่ได้ดึงออกด้วยซ้ำ
“ผมมีรองเท้าหนังอยู่คู่นึง คิดว่าน่าจะใส่ออกไปข้างล่างได้สะดวกกว่า”
เมริซกะเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปเก็บด้วยคงดี และใส่ถุงเท้าหนาๆสักคู่ก็น่าจะรับมือความหนาวได้ไหว
🪸: ดีจังเลยนะครับ การ์ดของคุณก็เข้าร่วมรายการด้วยใช่ไหม?
“ชินแล้วล่ะครับ”
เขาหัวเราะแห้ง เพราะตนก็มักต้องเดินทางบ่อย ถ้าเทียบกับรายการนี้แล้วละก็เป็นเวลาที่สั้นและไม่นานเลยที่ห่างจากเผ่า
“เผ่าผมเป็นผู้มาอาศัยบนโลกนี้ หากทำประโยชน์ให้พวกเขาได้มาก ผมก็จะดีใจมากเช่นกัน”
รวมถึงสาเหตุที่ทำให้เขามาอยู่ในรายการนี้ด้วย
“คุณเป็นเผ่ามนุษย์สินะครับ?”
เขาเอ่ยถามกลับจากรูปร่างภายนอก แต่หากมีครึ่งสายพันธุ์ใดเขาอาจจะยังไม่ทราบดี