“ นานๆทีคุณจะได้ปลีกตัวจากงานไม่อยากลองไปเที่ยวสักหน่อยหรอคุณหมอ ผมขอแค่วันเดียว ”
ชายผู้เป็น CEO ใช้การหลอกล่อพร้อมลูกอ้อนแบบแอบแฝงชักจูง
Posts by 𝐀𝐋𝐀𝐑𝐈𝐂 🔥
“ ถ้าผมชวนคุณเดทคุณจะตอบตกลงไหมครับคุณหมอ ”
“ หากคุณตกลงผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง…กับเรื่องอาหารทะเล ”
ครึ่งประโยคแรกไม่ต่างจากการชวนคนอื่นเดททั่วไปแต่เมื่อเขารู้จักคนตรงหน้ามากขึ้นการใช้วิธีเดิมๆอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ไม่อยากจะเรียกว่าใช้อาหารเป็นเครื่องมือแต่ในเวลานี้ชายตรงหน้าเขาคงไม่สนใจอะไรไปมากกว่าเรื่องอาหารแล้วล่ะ
+
ในช่วงก่อนหน้าที่เขาจะขึ้นมาอยู่บนเรือนี้ช่วงเวลาปีสองปีก่อนที่เขาไปปาร์ตี้แบบสนุกสุดเหวี่ยงเรื่องการสลับแก้วนี่นับว่าเป็นเรื่องเล็กมาก นี่ยังไม่นับถึงเรื่องอื่นๆที่เกิดขึ้นอีกมานั่งทบทวนตัวเองอีกทีก็รู้สึกใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงมากไปเหมือนกัน
“..ส่วนเรื่องก่อนหน้า”
เอริกเริ่มวกกลับเรื่องเดิมก่อนที่จะโดนเรื่องแก้วในมือนี้เข้ามาแทรก ตามที่อีกฝ่ายกล่าวหากชวนในรายการหาคู่เช่นนี้ก็ไม่ต่างจากการชวนเดทเพราะงั้น…
+
ขณะที่เอริกกำลังจะเอ่ยแซวเรื่องการออกเดทแต่เมื่อโดนทักเรื่องแก้วจึงมองแก้วที่อยู่ในมือตนสลับกับแก้วเปล่าบนโต๊ะ
“ ไม่เป็นไรครับ ” เขาปรามไว้ก่อนที่บริกรจะมา
“ ผมเองก็ไม่ได้สังเกตแต่ผมว่าน่าจะเป็นแก้วนั้นมากกว่า อย่าใส่ใจเลยครับเรื่องเล็กน้อย ”
+
📍ประกาศการส่ง/แก้ไขใบสเป็คใหม่
เพื่อให้การจับคู่นามแฝงในรอบที่2 สะดวกและแม่นยำขึ้น ทางสต๊าฟจะเปิดให้ลูกมู “ทุกท่าน“ ที่สนใจเข้าร่วมระบบแมตช์ต่อไปให้ “ส่งใบสเป็คใหม่”
เปิดให้ส่งได้ตั้งแต่ วันนี้ ถึง วันที่ 23 เมษายน เวลา 20:00น.
ฟอร์ม : forms.gle/zNnKvdWMtnWG...
[ ย้ำ ขอให้ลูกมูเช็คข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนส่ง เมื่อหมดเขตส่งทางสต๊าฟจะไม่รับแก้ใดๆ ทั้งสิ้น ]
( แปะรูปไวน์แดงปี 1996 ขวดละแสนครับ ☺️ )
“ งั้นเราไปด้วยกันไหมคุณหมอ ผมได้ยินมาว่าที่นั่นคือสวรรค์ของคนรักอาหารทะเล ”
บนเรือลำนี้แม้เอริกจะเป็นคนคุยกับคนอื่นได้ง่ายก็จริงแต่เขายังไม่สามารถนับคนอื่นๆว่าเป็นคนคุยสนุกหรือเขาสามารถเปิดใจได้มากเทียบเท่ากับการคุยกับชายตรงหน้า เช่นนั้นแล้วการได้อยู่กับหมอคาร์ลแมนเพิ่มอีกหน่อยอาจทำให้เขาได้รับรู้อะไรมากยิ่งขึ้น
“ คุณชอบอาหารทะเลไหมครับ? ”
…รสชาติดอกไม้? น่าแปลกใจสำหรับไวน์ที่ไร้ซึ่งความหวานแต่กลับมีกลิ่นหอมดอกไม้จางๆติดอยู่ที่ปลายลิ้น ไวน์ขวดนี้ไม่ได้เสียแน่นอนและรสชาติอื่นยังอยู่ครบตามที่เคยได้ชิมมาแต่มันกลับมีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาอย่างน่าฉงนใจ
“ ในเมื่อคุณเองก็ไร้ซึ่งแผนผมเองก็เช่นกัน… ”
+
กล่าวจบเขาก็ยกแก้วไวน์ขึ้นชิม เอริกเคยลิ้มรสไวน์ของแบรนด์นี้มาแล้วแม้มันจะมีราคาที่แพงจนเกือบขวดละ3,000ดอลล่า(เกือบ1แสนบาท) ก็ตามนั่นก็นับว่าคุ้มกับการที่ได้เพลิดเพลินไปกับมันแต่เมื่อปากประกบริมแก้วปล่อยให้ไวน์ไหลเข้าไปในโพรงปากกลับมีสิ่งที่ต่างออกไปจากทุกทีจนต้องละแก้วออกมามอง
+
ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะที่แสนธรรมดาไม่ใช่การคุยเชิงธุรกิจหรือมื้อพิเศษแต่สิ่งที่เอริกเลือกทำลงไปนั้นมีเหตุผลมากกว่านั้น
“ ไม่ครับ ” เขาเอื้อมหยิบแก้วที่หมอเคยจรดริมฝีปากลง
“ ผมไม่มีแพลนสำหรับที่นั่นเลย ปกติตารางชีวิตผมค่อนข้างแน่นการไปเที่ยวแต่ละที่นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่ผมจะล่มแพลนก่อนหน้าแล้วหนีไปเที่ยวซะ ”
+
เอริกหันไปหยิบแบล็คการ์ดบนถาดหนังคืนก่อนจะดันแก้วให้พนักงานรินให้ซึ่งแก้วนั้นเป็นแก้วเดียวกันกับที่อีกฝ่ายได้ชิมรสไวน์ก้นแก้วไปเมื่อครู่เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาหันไปสนใจพนักงานจึงไม่ได้สังเกตว่ามันคือแก้วเดียวกัน
Château Lafite Rothschild 1996 ไวน์ที่ถูกหมักมาอย่างดีมีกลิ่นเฉพาะตัวนุ่มลึกแฝงไปด้วยรสของผลไม้ ยาสูบ และกลิ่นของหนังดินและแร่-
+
…แต่สำหรับแพทย์ตรงหน้า คาโรลิส คาลแมน ไร้ซึ่งแววตาที่เขาคุ้นเคยจากการอวดรวยโดยสิ้นเชิง
“ ผมรู้ว่าใจคุณอยู่ที่อาหาร แต่อาหารนั้นหากไม่ได้เครื่องดื่มที่เข้าคู่ช่วยชูมื้ออาหารมื้อนี้ก็อาจจะยังไม่สมบูรณ์ ”
กล่าวจบพนักงานก็นำไวน์ชั้นดีมาเสิร์ฟพร้อมแก้วใบใหม่ที่รูปทรงคล้ายเดิม
+
สิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับชายตรงหน้าอีกอย่างนั้นคือการถ่อมตัว โดยปกติแล้วหากคนอื่นเห็นว่าเขารวยจนสามารถพกแบล็คการ์ดได้และยอมเฉียดเงินเพื่อเลี้ยงตอบแทนอะไรสักอย่างคนเหล่านั้นจะตาลุกวาวอย่างทันควันไม่มีการอิดออดอะไรใดๆมีแต่ว่าอยากจะได้ซึ่งสิ่งที่มาได้ง่ายอีกเรื่อยๆไม่มีวันจบสิ้น สายตาเหล่านั้นเขาเจอมานักต่อนัก เจอมามากพอที่จะรู้วิธีกำจัดมันทิ้งโดยไม่ใยดี
+
“ สำหรับรัฐต่อไปที่เรือจะจอดเทียบท่าคุณมีแผนจะไปไหนไหมครับ? ”
ในช่วงรอเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเขาก็หาเรื่องชวนคุยไปพลาง จากที่ดูตามตารางการล่องเรือแล้วดูเหมือนจะเป็นการล่องวนน่านน้ำผ่านหลากหลายสภาพอากาศโดยแต่ละสถานที่มีความน่าสนใจและโรแมนติกแตกต่างกันไปเพื่อให้เข้ากับความชอบของแต่ละคู่หรือคน
ชายร่างโตหันใบหน้าหาพนักงาน เพียงจ้องไม่กี่วินาทีพนักงานบนเรือสำราญก็เดินตรงเข้ามาหานั่นบ่งบอกได้ว่าพนักงานบนเรือนี้ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี
“ ผมขอไวน์แดงที่แพงที่สุดและแก้วสำหรับอีกคนด้วย ”
กล่าวจบเขาหยิบแบล็คการ์ดออกมายื่นให้พนักงานเป็นการจ่ายจบด้วยบัตรเครดิตเพียงใบเดียว
“ มื้ออาหารคุณยังขาดไวน์แดงทานคู่นะคุณหมอ ”
+
ทันทีที่คำอนุญาตหลุดออกมาใบหน้าก็ยกยิ้มขึ้นโดยทันทีทั้งยังให้สิทธิ์ในการเลือกนั้นแด่เขาอีก ปกติแล้วเอริกมักดื่มเบียร์เป็นหลักเหตุด้วยชาติพันธุ์ถิ่นกำเนิดที่เป็นคนเยอรมันแต่หากจะมาให้นั่งดื่มเบียร์แก้วโตบนเรือสำราญก็อาจจะยังไม่ตอบโจทย์นัก เช่นนั้นแล้วตัวเลือกรองลงมาที่เหมาะคงไม่พ้น…
+
“ …คุณดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยสิครับ ”
“ ผมสัญญาว่าจะเป็นคนไข้ที่ว่านอนสอนง่ายแต่ในช่วงเวลานี้มันไม่มีอะไรดีไปกว่าการมีเพื่อนดื่มแล้ว ”
“ เชื่อเถอะว่าเป็นผม ผมจะทิ้งมัน ” เอริกยังคงเป็นคนเดิมเอ่ยประโยคพร้อมเสียงหัวเราะแต่ในครั้งนี้กลับดูผ่อนคลายและไม่ฝืนเช่นครั้งที่แล้ว
…นี่ต้องขอบคุณซูร์สตรอมมิ่งจริงๆหรอที่ทำให้เขาคลายเครียดได้
บรรยากาศค่อยๆเงียบลงในช่วงที่เสียงหัวเราะจากโต๊ะเริ่มหายไป เขาทั้งคู่ทิ้งเวลาให้ผ่านไปเสียเปล่าไปกับความตลกเล็กน้อยกับเรื่องอาหารแต่ไม่นานนักเป็นเอริกเสียเองที่พูดขึ้น
+
แม้มันจะไม่อยู่ตรงนี้ก็ตาม แม้แต่คนที่ชื่นชอบการชิมอาหารแปลกใหม่อย่างเขายังต้องยอมให้กับสิ่งนี้
ตลอดทั้งการเล่าของอีกฝ่ายเขาแทบไม่อยากจินตนาการหน้าตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าจะทำหน้าอะไรออกไปบ้าง
“ ใช่ คุณไม่ควรกินมัน ” เขาเสริมย้ำ
จนเมื่อเรื่องเล่าจบและเห็นว่าหมอแย่งไวน์ที่ตั้งไว้บนโต๊ะของเขาไปสายตาทั้งสี่เลื่อนตามการเคลื่อนของแก้วจนไปจรดบนปากผู้เป็นเข้าของเดิม
+
ใบหน้ากำลังจะหันหาพนักงานกลับต้องถูกหยุดไว้ด้วยคำพูดของผู้เป็นหมอ และก่อนที่จะเปลี่ยนใจอีกครั้งกับรอยยิ้มที่ได้รับมาจนเมื่อชายตรงหน้าเริ่มเล่าเรื่องตัวเองและดึงความสนใจจากเขาไปได้เอริกจึงเลือกเป็นผู้ฟังที่ดี
ทันทีที่ได้ยินชื่อ ‘ซูร์สตรอมมิ่ง’ ใบหน้าเขาก็ย่นเข้ามาหากันที่จุดกลางใบหน้าทั้งคิ้วที่ขมวดกดต่ำปากที่คว่ำลงเพราะรับรู้ได้ถึงรสและกลิ่น-
+
มุมปากยกขึ้นรอยยิ้มกระตุกจนดันแก้มขึ้น
“ เรื่องแบบนั้นถ้าผมพูดเองมันดูไม่น่าเชื่อถือหน่ะสิ ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำถูกกดจังหวะให้ช้าลงพร้อมกับนิ้วโป้งที่เกลี่ยวนมือที่กุมไว้อย่างช้าๆ
“ คุณไม่อยากลองหาคำตอบด้วยตัวเองหน่อยหรอ ”
“ ถ้าไม่รังเกียจจับมือผมได้นะครับคุณอาคาน่า ”
ชายร่างสูงใหญ่ยื่นมือออกไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ทั้งยังให้เกียรติเธอตัดสินใจเองรวมถึงการเรียกนามสกุลเพื่อไม่ให้เป็นการเข้าหาที่มากจนเกินไป
“ ร่างกายผมสร้างความอบอุ่นได้ ”
” อาลาริก วอร์นไฮม์ “
“ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ”
เอริกเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเป็นมิตรและรับการโน้มศีรษะด้วยความนอบน้อมของเธอด้วยการโค้งเล็กๆเช่นเดียวกัน หากเป็นปกติเขาคงยื่นมือออกไปจับมือมากกว่าแต่กับสภาพอากาศเช่นนี้แล้วไม่ใช่ว่าทุกคนอยากจะยื่นมือออกมาจากถุงมือหรือเสื้อกันหนาว
“ ผมได้ยินมาว่าเดินไปเพียงสองบล็อคถนนจะมีคาเฟ่ตั้งอยู่ โกโก้ร้อนอาจจะทำให้คุณดีขึ้น ”
+
( ไม่มุกสิ 😤 )
( อห.แลงมากคุณหมอ😭😭😭😭😭😭 ผมโสดเพราะไม่จริงจังกับใครต่างหากไม่เกี่ยวกับมุก )
( ได้สิครับ รักคุณหมอที่รับมุกลุงได้ 😭😭💗💗 )
“ ผมสั่งไวน์เพิ่มได้ไหม หวังว่าคุณหมอจะไม่ห้ามผมนะ ” เอริกยังคงแซวเล่นกับเรื่องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อหน้าแพทย์แต่หลังจากเล่าเรื่องเมื่อครู่ไปเขากลับดูฝืนมากกว่าทุกที
“ เปล่าเลยพวกเขาพูดถูกหลังจากที่ผมได้รู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ ”
นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้พูดเรื่องนี้ตัวเขาเองก็ไม่อาจจำได้ น่าจะสัก10หรือ20ปีที่แล้ว ในช่วงที่เข้ารับการบำบัด? ระยะเวลามันอาจนานกว่านั้นมากแต่ไม่ว่าจะครั้งไหนที่หวนกลับไปพูดถึงเรื่องสมัยเด็กเขากลับรู้สึกว่าเรื่องราวนี้มันพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน…
+
“ ผมมีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องเงิน ครอบครัว การศึกษา และการงานทั้งหมดนี่มันทำให้ผมรู้สึกวิเศษกว่าคนอื่นๆ ”
“ แต่คุณรู้ไหมว่าคนอื่นมองยังไง มองว่าผมน่าสงสารที่เกิดมากับของพวกนั้น ในตอนแรกผมไม่เข้าใจมันและคิดไปว่าเพราะพวกเขาอิจฉาเลยเลือกทำแบบนั้น ”
แก้วไวน์กระดกขึ้นอีกครั้งจนฐานรองเกือบชี้ขึ้นบนเพดานก่อนจะถูกวางลงบนโต๊ะอาหารข้างแก้วเปล่าใบแรก
+
คำถามที่ถูกยิงมาทำเอาฉุกคิดไปครู่นึงแม้จะมีเรื่องหนึ่งแทรกขึ้นมาในหัวแต่เขากลับพยายามสลัดมันทิ้งเพื่อหาเรื่องอื่นแทน แต่ไม่ว่ายังไงก็คิดเรื่องอื่นไม่ออก…
“ สำหรับผม ผมรู้สึกเสียดายที่รู้มันมากกว่า ”
ใบหน้าถูกเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง..แต่ครั้งนี้มันกลับเป็นยิ้มจอมปลอมก่อนจะโดนกลบด้วยแก้วไวน์ทรงสูง
+