เขาไม่ได้ถอยแต่กลับใช้จังหวะนั้นในการพุ่งตัวไปข้างหน้าแล้วทิ้งตัวสไลด์ลอดใต้ท้องซากอสรพิษ ร่างซีกขวาที่บาดเจ็บครูดไปกับพื้นดินจนแสบร้อนแต่เขาก็ยังรัวกระสุนเจาะทะลวงผิวหนังใต้ท้องของมันไปอีกห้านัดรวด
แรงส่งจากการสไลด์ทำให้เขาเกลือกกลิ้งไปตามพื้นหญ้าอย่างหมดสภาพเพราะร่างกายไร้แรงค้ำยัน แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ศัตรูตรงหน้าบาดเจ็บสาหัส
Posts by NAGISA
ในจังหวะนั้นเอง หัวหนึ่งของอสรพิษก็พุ่งโพล่งเข้าหาเขา นางิสะเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แม้จะโซซัดโซเซแต่ก็พ้นรัศมีมาได้อย่างหวุดหวิด เขาเหนี่ยวไกสวนเข้าใส่ดวงตาของมันในระยะเผาขนทันที
ปัง!
มันกรีดร้องเสียงแหลมด้วยความเจ็บปวดก่อนจะพุ่งเข้าใส่เขาอีกครั้งด้วยโทสะ
+
ไม่มีเวลาให้พักหายใจ นางิสะกัดฟันบังคับร่างกายซีกขวาที่ด้านชาให้ขยับอีกครั้ง ความเจ็บปวดแล่นพล่านจนสั่นไปทั้งร่างแต่เขาก็ไม่สนว่าแผลจะฉีกลึกกว่าเดิมหรือไม่ เขาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งชันเข่าอย่างยากลำบาก มือซ้ายที่ยังพอมีแรงประคองปืนไว้กับหัวเข่าเพื่อช่วยพยุงตอนบรรจุกระสุนเข้าสู่รังเพลิงจนครบทั้งสองกระบอก ก่อนจะลากสังขารหาจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะแก่การซุ่มยิง
+
‘อุก–’
การสลับมิติกระทันหันส่งผลกระทบต่อระบบประสาทจนโลกหมุนคว้าง นางิสะนิ่วหน้าด้วยความคลื่นไส้จนอยากจะสำรอกออกมา แต่ก็ต้องฝืนกล้ำกลืนความรู้สึกนั้นลงไปอย่างขยะแขยง
เขาพยายามหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อประเมินสถานการณ์รอบกาย
นูเอะหายไปแล้ว .. ดูเหมือนกลิ่นเหล้าก็เริ่มลอยตามลมมาแล้วด้วย
+
ในช่วงที่เรี่ยวแรงใกล้จะมอดดับ ภาพตรงหน้ากลับบิดเบี้ยวผิดรูปราวกับทุกอย่างถูกม้วนลงสู่หลุมดำ ก่อนจะแปรเปลี่ยนกลับเป็นทัศนียภาพของสนามหญ้าตามเดิมอย่างฉับพลัน
“เฮือก—!”
สูดเอาอากาศเข้าปอดจนสุดแรง ร่างที่บอบช้ำทรุดฮวบลงกับพื้น หน้าเกือบจะทิ่มลงกับดินทรายทว่ายังอุตส่าห์ใช้แขนซีกซ้ายยันพื้นพยุงตัวเอาไว้ได้ทัน
+
‘หายใจ..ไม่ออก–’
ขณะที่ถูกลากดิ่งลงไปเรื่อย ๆ ร่างกายก็ดูเหมือนใกล้จะมาถึงขีดจำกัด ทั้งแรงดันน้ำที่บีบคั้นทรวงอกจนแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ ทั้งความร้อนระอุที่แผดเผาผิวหนังอย่างน่าประหลาดทั้งที่อยู่ใต้น้ำ... นี่มันนรกชัด ๆ
เจ็บ
หายใจไม่ได้
จะขยับไม่ไหวแล้ว
นางิสะกัดฟันกลั้นหายใจเฮือกสุดท้ายเอาไว้ พยายามถ่างตาที่พร่ามัวมองผ่านมวลน้ำ ปรากฏมือซีดขาวนับสิบคู่ที่พยายามฉุดดึงรั้งร่างของเขาให้จมดิ่งลงสู่ห้วงลึกอันไร้ก้นบึ้ง
เขาตะเกียกตะกายขัดขืนด้วยร่างกายที่น่าเวทนา ปืนในมือถูกเหนี่ยวไกส่งกระสุนออกไปอีกครั้ง ทว่าทั้งความมืดมิด แรงดันน้ำ และเรี่ยวแรงที่ริบหรี่กลับทำให้การโจมตีนั้นเปล่าประโยชน์
(+)
ไม่ทันได้ตั้งตัว เพียงเสี้ยวพริบตาร่างทั้งร่างก็ถูกเงาทมิฬเข้าจู่โจมและกลืนกินไป
เบื้องหน้าของเขาตอนนี้คือภาพของท้องทะเลสีดำสนิทที่ขยายกว้างสุดลูกหูลูกตา มองไปทางไหนก็มืดมิดไร้ซึ่งจุดหมาย ทันใดนั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดก็สัมผัสเข้าที่ปลายขา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแรงมหาศาลที่กระชากเขาสู่ใต้ผืนน้ำอย่างรวดเร็ว
(+)
“อาจารย์ครับ—!”
ส่งเสียงเรียกแหบพร่า ราวกับส่งสัญญาณว่าหากไม่ปลิดชีพมันเสียตอนนี้ ครั้งหน้าอาจไม่มีโอกาสอีก
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ฮิโรโตะพุ่งเข้ามาฉวัดเฉวียนเฉือนเนื้อจนนูเอะเสียการทรงตัว อสรพิษร้ายจำต้องอ้าปากปล่อยเหยื่อ นางิสะจึงฉวยโอกาสสั้น ๆ นั้นรีบถอยออกมาคุกเข่าลงกับพื้นหญ้า บรรจุกระสุนสามนัดเข้าสู่รังเพลิงด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างทุลักทุเลแต่รวดเร็ว ก่อนจะลั่นไกซ้ำลงบนรอยแผลเดิมของมัน ส่งผลให้นูเอะล้มลงอย่างไม่ยินยอมในทันที
(+)
“ทีแกยังโจมตีฉันได้... แล้วทำไมฉันจะเอาคืนบ้างไม่ได้ล่ะ?”
ราวกับคำพูดนั้นไปจุดชนวนโทสะ หางอสรพิษพุ่งเข้าใส่เขาอีกครั้งหมายจะฝังเขี้ยวลงบนร่างกาย แต่นางิสะยกปืนขึ้นมาขวางไว้ได้ทันท่วงที แรงกระแทกส่งผลให้เจ้างูนั่นพลาดกัดเข้าที่ตัวปืนเหล็กกล้าเต็มเปา ทว่าความรวดเร็วของมันก็ยังมิวายฝากรอยเขี้ยวถาก ๆ ไว้บนผิวของเขาจนได้
(+)
“อึก—”
เสียงแผดคำรามแหลมสูงของมันสั่นประสาทจนหูอื้ออึงไปชั่วขณะ นางิสะกัดฟันก้าวถอยออกมาเพื่อเว้นระยะห่าง รอจนกระทั่งประสาทสัมผัสเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางจึงกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง
ทั้งสายตาอาฆาตและเสียงขู่ฟ่อจากเจ้าหางงูนั่น... ดูท่ามันอยากจะจัดการกับเขาให้จบ ๆ ไปเชียวล่ะ
(+)
แต่ในจังหวะที่ก้มมองพื้น ปลายเท้ากลับมีเศษน้ำแข็งทรงยาวที่หลงเหลือจากซากร่างเหมันต์ที่แตกสลายตกอยู่ เขาจึงคว้ามันขึ้นมาด้วยความเร็วทั้งหมดที่มีก่อนจะเหวี่ยงใส่หางของมันสุดแรง
เศษน้ำแข็งแหลมคมพุ่งแหวกอากาศออกไปแต่มันกลับทำได้เพียงแค่เฉียดผ่านเกล็ดหนาของหางอสรพิษอย่างน่าเสียดาย ก็เป็นไปอย่างที่คิด กับร่างกายที่ใช้เต็มที่ได้แค่ซีกเดียวอย่างนี้ จะไปคาดหวังความแม่นระดับเต็มร้อยได้อย่างไรกัน
เขารีบคว้าปืนขึ้นมาและเริ่มลั่นไกกระสุนอีกครั้ง
แกร็ก-
“ชิ..”
เสียงจิปากอย่างไม่พอใจสถบขึ้นเบา ๆ เมื่อพบเพียงว่าลูกกระสุนนัดสุดท้ายถูกใช้ไปหมดสิ้นแล้ว และการจะบรรจุกระสุนใหม่ด้วยมือข้างที่ยังใช้งานได้เพียงข้างเดียวนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลยในนาทีเช่นนี้
(+)
นูเอะขนาดยักษ์พุ่งเข้าโจมตีผู้เป็นอาจารย์อย่างรวดเร็ว ทั้งยังสะบัดหางอสรพิษหมายจะปลิดชีพเขาที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดไปพร้อมกัน
แม้ร่างกายจะแทบไม่หลงเหลือเรี่ยวแรง แต่นางิสะยังคงกัดฟันฝืนกลั้นความเจ็บปวดกระโดดถอยหลังเพื่อหลบรัศมีการโจมตีอย่างหวุดหวิดแม้การทรงตัวของเขาจะดูโซซัดโซเซไปหน่อยก็ตาม
(+)
“อ่า…ผม..ยังโอเคครับ..”
เสียงแห้งเหือดพูดตอบกลับ นัยน์ตาที่ตอนนี้มองเห็นเพียงข้างเดียวเหลือบมองไปที่ร่างเหมันต์ที่ล้มลงแน่นิ่ง อย่างน้อยก็หายไปอีกหนึ่งตัวน่ารำคาญ
“ไปสมทบคุสุริกับมิยาซากิกันเถอะครับ..”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ยังไม่แน่ใจว่าฮิโรโตะจะกลับมาเป็นตัวเองแล้วหรือยัง
“หรืออย่างน้อยก็วางแผนกันใหม่…”
นางิสะพยายามประคองตัวขึ้นอีกครั้ง ดูทุลักทุเลแต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นยืนได้
ร่างโปร่งเกลือกกลิ้งไปมาบนพื้นไม่สนภาพลักษณ์ที่สั่งสมมา ไม่นานดวงไฟก็มอดดับลง ทิ้งไว้เพียงรอยผุพองและคราบไหม้เกรียมบนผิวกายซีกหนึ่งอย่างน่าอดสู
นางิสะกัดฟัน พยายามดันร่างกายที่อ่อนแรงให้ลุกขึ้นนั่ง นัยน์ตาอีกข้างพร่ามัวจนเห็นภาพซ้อน แขนข้างขวาที่ฉีกขาดนั้นขยับแทบไม่ได้เลย เขาเผยอปากรับเอาอากาศเข้าปอดเพื่อประคองสติให้ยังคงอยู่ จนกระทั่งเสียงเรียกของหญิงสาวผู้เป็นอาจารย์
(+)
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมอย่างห้ามไม่ได้ นางิสะตัดสินใจทรุดตัวนอนลงบนพื้นหญ้าในทันที เกลือกกลิ้งร่างไปมาอย่างทุลักทุเลบนพื้นดิน เพื่อหวังให้ไฟที่โหมไหม้ดับลง
นางิสะก็พยายามกลิ้งหลบทว่าความเจ็บปวดที่ไหล่ขวากลับแล่นพล่านจนด้านชา แขนที่เคยพึ่งพาได้กลับไร้เรื้อแรงมหาศาลเกินกว่าจะผลักตัวเองให้พ้นรัศมี
“ อะ- ”
เปลวไฟโหมลุกไหม้ซีกขวาของร่างกายเขาอย่างรวดเร็ว ความร้อนระอุผนวกกับบาดแผลที่ฉีกขาดอยู่แล้วสร้างความเจ็บปวดทวีคูณเกินกว่าที่ร่างกายจะต้านทาน
“อ้ากกกกกก—”
(+)
ทั้งสองฟัดเหวี่ยงกันนัวเนียด้วยการสู้ระยะประชิด ทว่าจังหวะที่นางิสะกำลังจะเผด็จศึก ลูกไฟดวงหนึ่งกลับพุ่งเฉียดต้นขาของเขาไปจนต้องชะงัก ชั่ววินาทีนั้น ร่างเหมันต์ฉวยโอกาสตวัดขาสะกัดการทรงตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้นางิสะกระแทกเข่าคุกเข่าลงกับพื้นหญ้า
‘แย่ล่ะ–’
วินาทีเดียวกันโยไคยักษ์ก็กระหน่ำยิงลูกไฟตามมาอีกหลายลูก ร่างจำลองเลือกที่จะกระโดดถอยเว้นระยะห่างออกไป
(+)
ทั้งสองร่างทำเพียงยืนนิ่ง นัยน์ตาสบประสาทจ้องมองราวกับกำลังหยั่งเชิงกันและกัน แน่นอน มันรู้จุดอ่อนของเขาดี และเขาก็รู้ตัวเองดียิ่งกว่าใคร
‘อึก-’
พริบตาเดียว ร่างเหมันต์ก็พุ่งเข้าชาร์จ ขาน้ำแข็งของมันตวัดเตะเข้าใส่แขนข้างขวาอย่างแม่นยำเพื่อซ้ำแผลเดิม นางิสะกัดฟันแน่น ร่างโปร่งโซเซไปด้านข้างเล็กน้อย แต่สัญชาตญาณก็สั่งให้เขาสวนกลับด้วยการเตะเข้าที่สีข้างของมันอย่างแรง
(+)
#OMTKss2_คาโกเมะ
[เต๋าเลิกบอดก่อนจะไม่มีซีนทีค่ะ เรียกกำลังเสริมด่วน]
@kaya-omtk.bsky.social
#OMTKss2_คาโกเมะ
(พี่น้องมารวมตัวแล้วครับ 😌)
ทว่าพริบตาที่ปลายนิ้วกำลังจะกดลั่นไก กระสุนปริศนากลับพุ่งมาจากด้านหลังปะทะเข้ากับตัวปืนจนมือสะบัด ส่งผลให้วิถีกระสุนเบี่ยงไปทำได้เพียงแค่เฉียดปลายแขนของคุสุริเท่านั้น
เขาสบถเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะเหลือบหางตามองไปยังผู้บุกรุกด้านหลัง
ตัวของเขาเองหรือ .. ยุ่งยากซะจริง
เขาจิปากอย่างหัวเสียก่อนจะถอดสเวตเตอร์สีดำออกอย่างทุลักทุเล ความเจ็บปวดแล่นพล่านจนหน้าบิดเบี้ยว แต่เขาก็ยังฝืนนำมันมาพันมัดช่วงไหล่เพื่อห้ามเลือดไว้
นางิสะยืนขึ้นอีกครั้งพร้อมกับยกปืนขึ้นเล็งไปยังจุดที่ฮิโรโตะและชิองยืนอยู่ จดจ้องไปที่หัวไหล่ของเจ้าจิ้งจอกส้มอย่างหมายมั่น
(+)
ไม่ได้การ เขาต้องรีบออกจากตรงนี้ เดี๋ยวนี้
นางิสะกัดฟันแน่น ออกแรงกระชากดาบเล่มยาวที่ปักคาอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งครั้งที่สี่ที่มันยอมเคลื่อนตัวหลุดออกมาพร้อมเสียงฉีกขาดของเนื้อเยื่อ โลหะเย็นเยียบชุ่มไปด้วยของเหลวสีชาดที่สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนผิวกาย บาดแผลที่กว้างกว่าเดิมทำให้เลือดไหลทะลักไม่หยุดจนน่าหงุดหงิด
(+)
🔓Unlock
เหมันต์กายา : ทุกๆคนที่อยู่ในเขตบริเวณโรงเรียนจะได้พบกับตัวเองในรูปร่างที่ถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำแข็ง ร่างนั้นมีความสามารถและพละกำลังเหมือนกับตัวต้นแบบทุกอย่าง วิธีที่จะเอาชนะได้มีเพียงการหาจุดอ่อนของตัวเองในปัจจุบันให้พบก่อนที่มันจะรู้ตัวก่อน…
#OMTKSS2_คาโกเมะ
“ ต้องเอา.. ไอดาบนี่ออก.. ”
พึมพำเสียงแผ่วเบาพร้อมกับลมหายใจที่ไม่เป็นจังหวะ
สุดท้ายก็เลือกที่จะใช้มือทั้งสองสัมผัสกับคมดาบอย่างตรงไปตรงมา กัดปากแน่นจนเลือดซิบ พยายามใช้แรงทั้งหมดดึงมันออกจากไหล่ แม้ดูจะไม่ได้ผลเลยก็ตาม
ไม่นานนัก อีกฝ่ายก็หันความสนใจไปทางชิอง จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ แม้เขาจะถูกปล่อยทิ้งไว้ แต่ร่างกายกลับไม่อาจขยับไปช่วยใครได้ นางิสะฝืนยกแขนข้างที่ยังใช้การได้คลำหาปืนลูกโม่ที่กระเด็นอยู่ข้างตัว จนกระทั่งแตะโดนมันในที่สุด เขาสูดลมหายใจผ่านปาก พยายามบังคับจังหวะลมหายใจให้คงที่ ก่อนจะยกปืนขึ้นเหนี่ยวไกไปที่ฮิโรโตะ น่าขำที่มันไม่โดนเลยแม้แต่น้อย
(+)
ไม่ทันได้โต้ตอบอะไรต่อ อีกฝ่ายก็หมุนดาบในแผล เพิ่มแรงเสียดทานอย่างจงใจ ก่อนจะกระแทกคมดาบลงซ้ำ เพื่อตรึงร่างของเขาไว้กับพื้นหญ้า ความเจ็บปวดส่งผลให้ตัวของนางิสะส่งเสียงร้องออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เลือดไหลทะลักจากบาดแผลที่ไหล่ขวา บางส่วนเอ่อขึ้นจนสำลักออกมาเป็นเลือด
(+)