แต่อีกใจมันกลับรู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก
“แต่พี่ก็ทำตัวสมกับตำแหน่งของตัวเองดีแล้วล่ะครับ”
“เอ๊ะ?”
สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้ความรู้สึกยุบยิบก่อตัวขึ้นในอกทีละน้อย
“เพราะตั้งแต่ที่ผมอยู่ที่นี่มาก็ไม่เคยมีใครทำกับผมแบบนี้เหมือนกัน”
“…”
“ดังนั้นฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
“…”
“คุณไกด์ระดับสูง”
🖤💙
Posts by ♡* 國海 、ไม่อนุญาตให้สวนโพ
“จริง ๆ ไม่ต้องพูดสุภาพกับผมก็ได้ ดูแล้วคุณน่าจะอายุเยอะกว่าผมนะ?”
“ผมทำแบบนั้นไม่ได้…”
“แต่คุณเพิ่งทำเมื่อกี้ ทั้งกระชากคอเสื้อ ทั้งตะคอกใส่ผม ไม่น่าจะทำไม่ได้แล้วมั้งครับ”
“อ๋าาา! ผมเผลอตัวไปครับ …แล้วก็ขาดสตินิดนึง”
ยิ่งฮามินพูดย้อนสิ่งที่เขาทำลงไปเขาก็ยิ่งอับอาย
ตลอดชีวิตของเยจุนไม่เคยระเบิดอารมณ์ใส่ใครแบบนี้มาก่อน
แน่นอนว่าใจนึงเขารู้สึกแย่กับการกระทำของตัวเอง
ความร้อนแผ่กระจายไปทั่วทั้งใบหน้า แบบที่ไม่ต้องเห็นเขาก็รับรู้ได้ว่ามันแดงแค่ไหน
“ขะ…ขอโทษครับ…”
พูดออกมาทั้งที่ไม่กล้าจะสบตากับอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
“ไกด์ระดับสูงสินะครับ?”
พยักหน้ารับให้คำถามนั้น
เขาเห็นฮามินยันตัวลุกขึ้นนั่ง แถมยังหันมองมาทางเขาอีก
“มาทำงานวันแรกเหรอครับ”
“คะ…ครับ ผมเพิ่งได้ผลประเมินก่อนจะเข้ามาหาคุณนี่แหละครับ”
จนกระทั่งเขาหมดแรงที่จะพูดอะไรต่อ หอบหายใจออกมาราวกับคนเพิ่งไปวิ่งรอบสนาม
“คุณนัมเยจุน”
“ครับ? ในที่สุดก็พูดเป็นแล้วสินะครับ?”
“คือ…”
“อ้ำอึ้งอะไรอยู่ล่ะครับ!”
“คุณนั่งทับผมอยู่ครับ”
“ก็ใช่น่ะสิ! เพราะผมล้มลงบนตัวคุณไงล—เอ๊ะ?”
“…”
ในที่สุดเยจุนก็ได้สติกลับมาอยู่กับตัว
เขารีบถดหนีลงจากตัวของอีกฝ่ายอย่างรีบร้อน
บ้าเอ๊ย นี่เขาขาดสติขนาดนี้เลยเหรอวะ
“และผม นัมเยจุน ไอ้คนที่คุณดูถูกว่าคนอย่างผมจะช่วยอะไรคุณได้ คือไกด์ที่คุณตามหาไง ไอ้ระดับสูงบ้าบอนั่น คือผมคนนี้นี่แหละ!”
“…”
“ให้ตายเถอะ ทีแบบนี้ดันไม่ตอบอะไรเลยเนี่ยนะ ไม่เคยโดนคนตะคอกใส่คืนสินะ?! ไม่ชอบให้ใครมาทำใส่ใช่ไหมล่ะ! ถ้าไม่ชอบก็ต้องเลิกทำกับคนอื่นนะ เข้าใจไหมครับ?!”
พูดไปก็ออกแรงเขย่าคอเสื้ออีกฝ่ายไปด้วย
“โอ๊ยแม่ง… เหนื่อยชิบหาย”
“ผมรู้นะเว้ยว่าคุณเก่ง แต่จะไม่ยอมให้คนอื่นดูแลเลยนี่มันยังไง คิดว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์หรือไงวะ”
เขายันให้ตัวเองลุกขึ้นนั่ง ขยับมือมากำคอเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้
เขารู้ดีว่าแรงเขามันไม่มากพอจะทำให้หมอนี่เจ็บตัวได้หรอก
แต่ก็ขอระบายหน่อยเถอะ
“คุณคือคนสำคัญขององค์กร! รู้ตัวใช่ไหมยูฮามิน คนสำคัญน่ะ พวกเขาทำทุกอย่างก็เพื่อให้คุณปลอดภัย เพื่อให้คุณได้ทำประโยชน์ให้เขาอีกต่อนึง เข้าใจไหม?”
เขาตัดสินใจออกแรงดันตัวเองให้เอนล้มไปทางอีกฝ่าย
และคนตรงหน้าคงไม่ได้คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ ถึงไม่ได้ขืนแรงที่ขาไว้
กลายเป็นว่าเขาล้มทับลงไปบนตัวของฮามินเต็ม ๆ
“เป็นบ้าไปแล้วหรือไง?! ล้มตัวใส่ผมแบบนี้ถ้าเจ็บตัวไปจะทำยังไง”
“ก็คุณมัวแต่ตะคอกใส่ผม! ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้พูดอะไรสักนิด!”
เป็นเยจุนที่เริ่มเสียงดังขึ้นมาบ้าง
“…”
“ผม…ผมต้องช่วยคุณ…”
เอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น พยายามใช้มืออีกข้างขยับมาทาบทับกับมือของอีกฝ่าย
“ช่วยเหรอ? อย่ามาหลงตัวเองไปหน่อยเลย คนอย่างคุณเหรอจะช่วยผม”
แรงบีบที่แขนเพิ่มขึ้นจนเยจุนน้ำตาคลอ
เขากลัว
กลัวจนอยากจะหนีไปเสียตั้งแต่วินาทีนี้
แต่ในคำพูดเย้ยหยันจากฮามิน เยจุนสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดเช่นกัน
ถ้าได้สัมผัสตัวกันก็จะรู้เองว่าควรทำอะไรต่อ…
ก็แปลว่าฮามินต้องทรมานกับการใช้พลังจนถึงขีดจำกัดมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
เยจุนถอยไม่ได้
สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเปิดประตูบานนั้นออก
“ขอเสียมารยาทนะครับ แต่ผมปล่อยคุณไว้คนเดียวไม่ได้— โอ๊ย!”
“ผมบอกให้ออกไปไง”
เยจุนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บจากการที่อีกฝ่ายพุ่งตัวมาผลักเขาจนกระแทกเข้ากับผนัง
มือหนาจับเข้าที่ต้นแขนของเขา ทั้งยังออกแรงบีบจนปลายนิ้วเขาชาไปหมด
เจ้าหน้าที่คนนั้นบอกว่าถ้าได้สัมผัสตัวกันก็จะรู้เองว่าควรทำอะไรต่อ
แต่จะให้เขาไปแตะตัวคนที่กำลังโมโหร้ายแบบนี้เนี่ยนะ
“คุณฮามินครับ ผมขออนุญาตเข้าไปน—”
“ออกไป”
ไม่ทันได้เอ่ยขออนุญาตให้จบประโยค คำพูดปฏิเสธก็แทงสวนกลับมา ทำเขาชาวาบไปทั้งตัว
นัมเยจุนที่โดนปฏิเสธมาทั้งชีวิต ควรจะชินกับอะไรแบบนี้ได้แล้ว
แต่ครั้งนี้เขากลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้น
ถ้าการที่ไกดระดับสูงแบบเขามันหายาก
“มันอาจจะกระทันหันไปสักนิด แต่ฉันคงต้องให้คุณเยจุนไปทดสอบพลังกับคุณฮามินโดยตรงค่ะ”
“อะไรนะครับ?”
ในหัวของเขาว่างเปล่าไปหมด
ทำได้แค่เดินตามหลังเจ้าหน้าที่ประสานงานไปยังห้องที่มีแต่เสียงโหวกเหวกที่เขาเดินผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ประตูตรงหน้าปิดสนิท
เสียงตึงตังดังออกมาให้เขาได้ยินเป็นระยะ
แข่งกับเสียงก้อนเนื้อในอกเขาที่ก็ส่งเสียงดังไม่แพ้กัน
“ไม่แน่ว่าคุณเยจุนอาจจะเป็นคนนั้นก็ได้นะคะ”
“เอ๊ะ? ผมเหรอครับ?”
“เดี๋ยวก็จะได้ทราบผลการประเมินกันแล้วค่ะ”
—
ผลการประเมิน : นัมเยจุน
สถานะ : ไกด์
ระดับ : สูง
“เอ๊ะ???”
เยจุนอ่านกระดาษในมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังให้ข้อความในนั้นมันไม่ใช่ความจริง
เขาเนี่ยนะ
นัมเยจุนเนี่ยนะ
เป็นไกด์ระดับที่ใคร ๆ เขาพากันตามหา
เขาเนี่ยนะ?!
#กัมดล
“ผมบอกว่าอย่ามายุ่งกับผม!”
เสียงดังโหวกเหวกดึงความสนใจของเยจุนให้หันไปหาต้นเสียง
ให้ตายสิ ที่นี่น่ากลัวชะมัด เขาเพิ่งมาทำงานวันแรกจะอยู่กับที่นี่ได้สักกี่วันกันนะ
“ตรงนั้นคือคุณยูฮามินค่ะ เอสเปอร์ระดับสูงขององค์กรเรา ปัจจุบันยังหาไกด์ที่พอจะทำให้เขาสงบไม่ได้เลยค่ะ”
“โห…ระดับสูง คงจะหายากน่าดูเลยใช่ไหมครับ”
เขามองความวุ่นวายตรงนั้นไม่วางตา
💙: มีเหตุผลหน่อยยูฮามิน ฉันต้องรักษาพวกเขา ถ้าไม่โดนตัวกันฉันจะทำงานได้ไง
🖤: พี่ทำงานผมเข้าใจได้ แต่ผมไม่ต้องการให้ใครมาแตะต้องไกด์ของผม ถ้าผมรู้ผมจะหักมือพวกมันให้หมดเลย
💙: มันจะเกินไปแล้—
🖤: ผมหวง
💙: …
🖤: เข้าใจไว้ด้วยนะ นัมเยจุน
💙: …
💙: บ้าเอ้ย ทำคนอื่นเขาเสียสมาธิแล้วก็เดินหนีไปดื้อ ๆ อย่างนี้เหรอ! ไอ้เอสเปอร์นิสัยเสีย!
🖤: ครั้งนี้ถึงกับต้องมาลงพื้นที่กับผมเลยเหรอ
💙: อย่าสำคัญตัวไปหน่อยเลย ฉันมาที่นี่เพื่อทุกคน ไม่ใช่แค่นายคนเดียว
🖤: ก็แค่ยอมรับใจตัวเอง มันไม่ยะ—
👥: คุณเยจุนช่วยไปดูอาการของเจ้าหน้าที่ที่เต้นท์พยาบาลให้ทีนะคะ
💙: รับทราบครับ เดี๋ยวผมรีบไป
💙: ฉันมีงานต้องทำแล้ว ถ้านายว่างนักก็ไปช่วยงานอื่นซะ
🖤: อย่าให้ใครจับ…
💙: อะไรนะ?
🖤: ตัวพี่น่ะ อย่าให้เอสเปอร์ชั้นต่ำพวกนั้นมาแตะ
ทั้งที่ถ้าจะปัดมือข้างนั้นออกเขาก็ทำมันได้ง่าย ๆ
แต่เยจุนกลับปล่อยให้บงกูสัมผัสอยู่อย่างนั้น
เขามือขึ้นมาทาบทับกับมือของอีกฝ่าย พลางบดเบียดพวงแก้มลงไป
ท่าทีที่เปลี่ยนไปของบงกูทำให้เขาพอใจไม่น้อย
“แล้วนายล่ะ?”
เยจุนช้อนดวงตาขึ้นมอง
“อยากได้พลังของฉัน…”
ยิ่งได้เห็นใบหูและใบหน้าที่แดงแจ๋ของแชบงกู
“หรืออยากได้อย่างอื่นกันนะ?”
มันก็ยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากแหย่อีกฝ่ายมากกว่านี้
💗💙
“ถ้าเพราะพลังที่ฉันมี เรื่องนี้ฉันรู้ดีอยู่แล้วว่ามันจะทำประโยชน์ให้คนอื่นได้ยังไงบ้าง”
อีกฝ่ายเลิกคิ้วให้กับคำพูดของเขา
“เหรอครับ พี่แน่ใจว่าตัวเองรู้เหรอครับ”
“หมายความว่าไง?”
บงกูยิ้มให้เขาอีกครั้ง
“ทั้งยูฮามิน… โดอึนโฮ… หรือแม้แต่ฮันโนอา พี่แน่ใจเหรอว่าสามคนนั้นอยากได้แค่พลังพี่?”
รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่บงกูย้ายตัวเองมายืนตรงหน้าเขา อีกฝ่ายใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไปตามกรอบหน้าของเขาเบา ๆ
เยจุนกรอกตาให้กับคำว่าคนสวยที่ออกมาจากปากของอีกฝ่าย
แต่คนเด็กกว่าก็ไม่ได้ดูทุกข์ร้อนอะไรกับการกระทำของเขาเลยสักนิด
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนอื่นถึงพากันแย่งตัวพี่”
แชบงกูนั่งลงตรงข้ามเขา ทั้งยังใช้สายตามองสำรวจเขาไปทั้งตัว
เป็นสายตาที่เขาไม่ชอบมันเลยสักนิด
“พูดอะไรของนาย”
“นี่พี่ไม่รู้ตัวเหรอว่าพี่เป็นที่ต้องการของใครหลายคนเลยนะ”
แต่ชีวิตเขาจะต้องมาพัวพันกับไอ้พวกระดับสูงนี่อีกกี่คนกันล่ะ
“ยิ้มอะไรของนาย”
เอ่ยถามออกไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่มองหน้าเขาแล้วก็ยิ้มอยู่อย่างนั้น
“ได้ทำงานกับคนสวยทั้งที ผมจะดีใจไม่ได้เลยเหรอครับ”
เขาถอนหายใจก่อนจะหันกลับมาตรวจเอกสารในมือ
“บงกู…ใช่ไหม? มานั่งก่อนสิ”
“พี่สวยจริง ๆ อะ ผมนี่แม่งโคตรโชคดีเลยว่ะ”
“นี่ ขอล่ะ ช่วยเลิกเรียกว่าคนสวยทีเถอะ”
“ห๊ะ?”
“ค่ะ ก็ตามนั้นเลย”
“ไม่สิ แล้วเอสเปอร์อย่างเขาจะมาช่วยงานผมได้ยังไง?”
“เบื้องบนแจ้งว่าคุณเยจุนสามารถตัดสินใจได้เลยค่ะว่าจะให้เขาทำอะไร”
“ให้ผมตัดสินใจเอง??”
“ใช่ค่ะ ยังไงฉันขอตัวก่อนนะคะ”
เธอเดินออกไปแล้ว
ทิ้งให้เยจุนอยู่กับความงงงุน และแชบงกูที่มองมาที่เขาราวกับต้องการให้เขาสั่งงานอะไรสักอย่าง
ปฎิเสธไม่ได้ว่าหมอนี่หน้าตาดี
“ก็ผมไม่ได้เป็นไกด์ไงครับ”
เสียงที่ไม่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาทันที
“อะไรนะ?”
คิ้วเรียวขมวดจนมันแทบจะผูกกันเป็นโบว์ แน่นอนว่าเสียงปริศนานั่นไม่ทิ้งให้เขาได้เก็บความสงสัยไว้นาน
“แชบงกู เอสเปอร์ระดับสูง จะมาช่วยงานคุณไกด์คนสวยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ”
ร่างของชายหนุ่มก้าวขาเข้ามาในห้อง เรือนผมสีชมพูสว่างดูเตะตา
อีกฝ่ายไม่ได้มีส่วนสูงที่เท่าเขา แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานล่ะมั้ง?
#บัมเย ไกด์เวิร์ส
“คุณเยจุนคะ เดี๋ยววันนี้จะมีเจ้าหน้าที่คนใหม่มาคอยช่วยงานคุณเยจุนนะคะ”
“ช่วยงานผม? ไม่ใช่ว่าไกด์คนอื่นก็งานท่วมหัวแล้วเหรอครับ?”
“ก็ใช่ค่ะ”
“แล้วที่ว่าช่วยงาน?”
เยจุนละสายตาจากกองเอกสารบนโต๊ะมามองเจ้าหน้าที่ประสานงานที่ยืนแจ้งเรื่องให้เขาอยู่ที่หน้าประตู
หญิงสาวทำท่าทางเลิ่กลั่กก่อนจะอ้าปากเพื่อตอบคำถามของเขา
จนกระทั่งก้อนเนื้อในอกของพวกเราส่งเสียงตึกตักเป็นจังหวะเดียวกัน
“ฉันขอมากไปหรือเปล่านัมเยจุน?”
💜💙
ทุกการกระทำล้วนอ่อนโยน ทะนุถนอม ราวกับว่าถ้าทำรุนแรงเขาจะแตกสลายไป
“ฉันอยากให้ริมฝีปากของนาย…“
ใบหน้าของโนอาเคลื่อนใกล้เข้ามา ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน เยจุนหลับตาลงปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในการชักจูงของอีกฝ่ายอย่างไม่คิดขัดขืน
“…เป็นของฉันแค่คนเดียว”
“แต่ลึก ๆ แล้วฉันก็ไม่อยากให้นายต้องไปทำอะไรแบบนั้นเลย…”
ริมฝีปากหยักนั่นกดจูบลงกับฝ่ามือของเขาแผ่วเบา
“ฉันอยากให้มือคู่นี้ของนายสัมผัสแค่ฉันคนเดียว”
โนอาใช้มืออีกข้างเคลื่อนมาประคองใบหน้าของเขาเอาไว้ ความอบอุ่นจากมือของอีกฝ่ายทำเขาเผลอเอียงแนบพวงแก้มเข้าหา
“ฉันอยากให้ดวงตาคู่นี้ของนายมองเห็นแค่ฉันคนเดียว”
ปลายนิ้วเรียวของโนอาเกลี่ยไล้ลงมาถึงริมฝีปากของเขา
“มันไม่บอกเลยเหรอ…ว่าฉันหึงแค่ไหนที่เด็กพวกนั้นมาป้วนเปี้ยนรอบตัวนาย”
“เอ๊ะ?”
“…ว่าฉันอยากจะเก็บนายไว้คนเดียวแค่ไหน”
ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาจากปากของเยจุนสักคำ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดตอบอะไร
แต่พอเห็นแววตาเว้าวอนของโนอา มันยิ่งทำให้ในอกเขามันอึดอัดจนไม่สามารถตอบอะไรกลับไปได้เลย
“ฉันเข้าใจ…เข้าใจมาตลอดแหละว่าพลังของนายมันจำเป็นต่อคนอื่น”
พูดออกมาพลางใช้นิ้วจิ้มที่เหนืออกซ้ายของอีกฝ่ายเบา ๆ
“มันบอกว่านายกำลังชอบฉันมากเลยนะฮันโนอา”
ถ้าเป็นโนอาเมื่อก่อนก็คงโวยวายปฏิเสธเสียงดังจนคนพากันมามุงแน่
แต่ตอนนี้…
“มันบอกนายแค่นั้นเหรอ”
“หืม?”
โนอาประคองฝ่ามือของเขาขึ้นก่อนจะแนบแก้มลงไปเบา ๆ
ดวงตาเรียวจ้องกลับมา ไม่หลงเหลือเค้าเดิมของคนที่ทำตัวไม่ถูกเพราะโดนเขาหยอกเมื่อกี้นี้เลยสักนิด
“หมายความว่าไ—?!”
ประโยคคำถามของโนอาจมหายไป
อีกฝ่ายนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อเยจุนเอนศีรษะพิงลงกับไหล่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนั่นอย่างจงใจ
มือที่เคยแตะกันเอาไว้เบา ๆ ถูกเขากุมกระชับให้มันแนบสนิท
“ถ้าใครมาเห็นก็บอกว่าฉันกำลังทำงาน…ไม่มีใครกล้าสงสัยหรอก”
พูดตอบออกไปพลางหลับตาลง
ก็ทำงานอยู่จริง ๆ นี่
ตึกตัก
“ฮึ…”
ตึกตัก
“ขำอะไรของนาย”
ตึกตัก
“ขำตรงนี้”
“นายคิด… ว่านายไม่ต้องการฉันเหรอโนอา…?”
“ไม่สิ! …ฉัน—ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นนะ”
หลุดยิ้มออกมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความไม่เสถียรจากพลังในตัวของโนอา
เยจุนขยับย้ายตัวเองจากเก้าอี้มานั่งลงข้าง ๆ อีกฝ่ายบนเตียงแทน
ยิ่งเห็นท่าทางเงอะงะของโนอาก็ยิ่งทำให้เขารู้สึก…
…อยากแกล้งอีกสักนิด
เขาขยับเข้าไปใกล้โนอามากขึ้น
“จุน…เดี๋ยวสิ ถ้ามีใครมาเห็นจะทำยังไง”
“ก็ไม่ต้องทำยังไง”
“แต่นายเป็นไกด์นี่นะ จะมีเอสเปอร์วนเวียนมาหาไม่ซ้ำหน้าก็ไม่แปลกหรอก”
ประโยคตัดพ้อนั่นทำให้เยจุนรู้สึกยุบยิบในอกพอสมควร
แต่เขาเลือกที่จะเงียบและรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรออกมาอีก
“พวกนั้นมาหานายบ่อย… จนฉันหงุดหงิดที่พลังของฉันมันดันรักษาตัวเองได้โดยไม่ต้องให้นายมาไกด์ให้เลย”
“นายคิดอย่างนั้นเหรอ?”
เอ่ยถามออกมาเบา ๆ พลางวางมือลงกับหลังมือของอีกฝ่าย