แม้สร้างเปลือกนอกไว้ดีเพียงใด หากมันได้ร้าวเข้าแล้ว เนื้อในก็คงไม่วายเผยให้ยลเห็น
วฬาทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหญ้า ภาพตรงหน้าถูกฉายทับด้วยพื้นเรือนไม้ที่เธอเติมโตมาทั้งชีวิต เบื้องหน้าตรงนั้นคือใครบางคนที่สะบดก่นด่าฟังไม่เป็นศัพท์
กลิ่นอายของป่าถูกแทนที่ด้วยกลิ่นเนื้อไหม้ฉุนกึก ไม่ใช่เป็นกลิ่นที่เกิดจากทำอาหาร แต่เป็นกลิ่นที่เคยเกิดขึ้นบนกายตน
“ ..ขอร้องล่ะ ”
“ หยุดเถอะ ”
ใครก็ได้ ช่วยเราที
Posts by วัณฬา.
“ ขอบคุณสำหรับเมี่ยงบัววันนี้นะจ๊ะ เผลอรบกวนเวลาเธอไปเสียนานเลย ”
ค่อมศีรษะลงเล็กน้อย ยกยิ้มกว้างให้อีกครั้ง คราวนี้เป็นบริบทของการบอกลา
“ คุยกับจ้าวยลนี่สนุกมากเลย ”
“ ไว้มาเล่าเรื่องให้ฉันฟังอีกนะจ๊ะ ”
เดินลงจากศาลา แล้วโลกมืออีกครั้ง
“ ดีจัง ”
เธอรำพึง เอนหลังลงพิงเสาศาลา แสงตะวันยามเย็นสาดทอให้รู้สึกอบอุ่นกาย
“ ยินดีจ้ะ ไว้ฉันจะเอามาฝากอีกทุกครั้งที่เจอกันเลย ”
ปกติมักจะพกขนมจุกจิกติดตัวไว้เสมอ เห็นทีจะต้องซื้อถั่วตัดมาให้โหลเตรียมไว้อีกอย่างเสียแล้ว
วัณฬาดันตัวลุกขึ้นยืดแล้วเหยียดแขนบิดขี้เกียจ ดูจากท้องฟ้าตอนนี้ จวนจะถึงเวลาที่เธอจะต้องไปแล้ว
+
มือหนึ่งพยุงต้นไม้แล้วออกแรงเดินทีละน้อย เธออยากไปให้ถึงรุ่นน้อง บอกว่าเธอไม่เป็นอะไร กลัวเหลือเกินว่าจะทำให้ด้ายรู้สึกเหมือนคราวนั้น
“ ด้าย… ”
“ พี่… ”
พูดได้เพียงเท่านั้น เสียงเธอแหบแทบติดลำคอ สั่นเครือจากแรงกระทุ้งในอก
คงมีแต่ต้องเว้าวอนองค์รามให้ส่งสารนี้ไปให้ถึง
เสียงในหัวตีกันไปมาราวกับยกเอาเหตุการณ์ ณ วันวานมากรอเทปซ้ำ เสื้อถูกมือตนกำแน่นจนเกิดรอยยับ
วัณฬาเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงนั้น ครั้นจะสาวเท้าเดินไปให้ถึง สองขาก็หนักเกินกว่าจะยกขึ้น
เส้นด้าย
เสียงเรา… ไกลเหลือเกิน
+
( เสียงตรงคาร์มากกกก ดารากับพี่ฮยอนอา 😭🤟🏻✨✨ )
เห็นอีกฝ่ายชอบก็พลันอิ่มใจตาม
วัณฬานั่งฟังคำเล่า ไม่วายเอาเมี่ยงเข้าปากตนไปพลาง รสหวานเค็มฟุ้งในปากสลับกันไปชวนให้ประหลาดใจทุกครั้งที่ลองชิม
“ นายของจ้าวยลคงจะเป็นคนที่ใจดีน่าดูเลยนะจ๊ะ ”
“ ถ้าเราเป็นนายแล้วได้ยินประโยคที่ว่าจะต้องดีใจแน่ ๆ ”
คงใช่ เพราะว่ากันตามสัตว์แล้วบ้ายตระกูลใหญ่ของเธอเองก็มีบ่าวรับใช้อยู่เหมือนกัน
เพียงแต่ไม่เคยเลยที่จะได้รับรู้มุมมองของพวกเขา
ใบหน้าที่เคยอ่อนละมุนกลับเต็มไปด้วยความตระหนก ดวงตาเบิกกว้าง ลมหายใจไม่สม่ำเสมอแม้มือจะเคยประคองแกตนหวังให้ใจเต้นเบาลง
เพราะเคยถูกเผา จึงเปราะบางกับไฟ
ถึงกระนั้นเธอก็ไม่นึกโทษผู้ที่ใช้มัน
แต่คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอยังคงผวากับมนตราในศาสตร์นี้
( ⚠️ คำเตือน ! อาจมีการบรรยายถึงร่างกายที่ถูกเผาไหม้ )
วฬาชะงักอยู่ตรงนั้น เสียงขาลชื่อตนดังแว่วมาพอให้ได้ยิน …เส้นด้าย
แม้จะเดินพ้นออกมาจากที่คนพลุกพล่านแล้วทว่าการอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย
กลิ่นผมที่ลุกไหม้ กลิ่นเนื้อที่ถูกย่างสด ทั้งหมดนี้ถาโถมเข้าใส่ในทุกโสตประสาทที่พอจะเหลืออยู่ เสียงวิ้งดังแทรกขึ้นในหูราวกับทั้งโลกกำลังจะถล่มล้มทับเธอเสียตรงนั้น
+
วฬาเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้นทั้งที่การประลองยังไม่สิ้นสุดลง แทรกตัวผ่านเพื่อนร่วมสถาบันไปอย่างรีบร้อน ใจเต้นโครมคราวราวกับมันกำลังจะหลุดออกจากอก เล็บกำจิกลงบนฝ่ามือจนข้อนิ้วซีด
ใจหนึ่งก็รู้สึกผิดที่ทิ้งสัญญาของผู้เป็นรุ่นน้องออกมา ส่วนอีกใจกำลังโอดครวญเมื่อความรู้สึกที่ตามหลอกหลอนถูกปลุกขึ้น
เธอล่ะเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้จริง ๆ
#คาถาคำร่าย_VRKN
| โรลปิด : @sendai-vrkn.bsky.social
เพราะสัญญาย่อมเป็นสัญญา วัณฬาจึงเอาตัวเองเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้ชมลานประลองทั้งที่ไม่เคยคิดจะทำ
กระทั่ง
“ เตโช โนอะ พลัง ! ”
ไฟโหมลุกขึ้นตรงนั้น คาถาเรียกไฟของเส้นด้ายยังดูแรงฤทธิ์เหมือนที่เคยจำได้ ไอความร้อนวูบหนึ่งโหมเข้าปะทะที่กลางหน้า เท่านั้นก็เพียงพอจะเรียกความทรงจำที่เลวร้ายให้ฉายซ้ำอีกหน
+
เธอคลี่ยิ้มแทนคำตอบ เอื้อมมือรับกลีบบัวารงเครื่องอีกคำมาถือไว้ ครั้งนี้พลิกเล่นไปมาในฝ่ามือไปมา
“ จ้าวยลเนี่ย รสนิยมดีไม่ซ้ำใครจริง ๆ จ้ะ ”
ไม่พูดเปล่า มือข้างที่ว่างขยับตบกระเป๋าตามตัว เสียงกรอบหนึ่งดังขึ้นในกระเป๋าเสื้อซ้าย ยินเช่นนั้นก็หยิบของในกระเป๋าออกมายื่นให้บ้าง
“ ลูกกวาดจ้ะ ”
ถึงเรียกแบบนั้น มันก็ทำจากถั่ว งา และน้ำตาลที่คั่วกันจนเป็นก้อนกลม
“ ถือว่าแลกกันกับเมี่ยงคำบัวนะจ๊ะ ”
#VRKN_Commu
” มีเรื่องอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ? “
“ พอดีว่าดิฉันกำลังยุ่งอยู่ ”
___________________________
• สิตาพัชญ์ พิชิตชัย | สิตา
• เรือนธาราลัย ปี 2
• มนุษย์ | 165/54
___________________________
Doc - bit.ly/4vzNmL4
(#) ทัก/โรล/co-op/เวิ่น DM มาได้ตามสะดวกเลยค่ะ ✨
(#) มาช้าแต่มานะ
#เบื้องหลังกระดานดำ_VRKN
ภาพของนักเรียนกำลังประลองเวทย์กันเสียงดังเอะอะโวยวายจนกึกก้องไปทั่วทั้งสนาม ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในสายตาของอาจารย์จิรกรและผู้อำนวยการของโรงเรียน เสียงจากผู้เป็นอาจารย์ทำลายความเงียบลงระหว่างพวกเขาทั้งสอง เป็นการเปิดบทสนทนาคุยเล่นไปพลาง
“มาอยู่โรงเรียนหญิงล้วนแบบนี้ไม่เหงาหรอครับ”
“แถมยังเป็นโรงเรียนประจำด้วย…คงห่างบ้านน่าดูนะครับ”
#คาถาคำร่าย_VRKN
@thiwa-vrkn.bsky.social
[สนามประลอง | วันที่ ๒๖ | โรลปิด]
บัวเพชรเดินเข้าสนามมาด้วยอารมณ์ที่ประเมินไม่ได้
บนใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเคย แต่ดูเหมือนจะเหนื่อยอ่อนกว่าปกติอยู่บ้าง
หลังกล่าวคำประลองเสร็จ แทนที่จะรีบเริ่มโจมตีหรือป้องกัน ยักษากลับยังพูดหยอกเย้ากับอีกฝ่ายอย่างไม่จริงจัง
“อยากสู้กับพี่ขนาดนั้นเชียวหรือคะเด็กดี?”
+
“ ก็… ”
ลูบหน้าตนเองขณะที่กำลังจะเคี้ยวให้หมด
“ ก็ดีนะจ๊ะ รสชาติแปลกใหม่ดีเชียว ”
วฬาตอบยิ้ม ๆ ว่ากันตามตรงแล้วรสชาติก็ไม่ได้แย่อะไร หากให้กินอีกก็คงกินได้เรื่อย ๆ
“ ตอนอยู่ที่บ้าน เราไม่เลยกินอะไรแบบนี้เลย ”
“ ขอบคุณที่แบ่งให้ชิมนะจ๊ะ ”
หลังจากเริ่มเคี้ยวไปสักสองสามที สีหน้าเธอดูไม่ได้เปลี่ยนไปเลยจากทีแรก กระทั่ง
“ ….. ”
เหมือนจะเผลอทำหน้าปั้นยากออกมา จะยิ้มก็ไม่เชิง จะขมวดคิ้วก็ไม่ใช่
สมองคงจะกำลังประมวลผลรสชาติอยู่กระมัง
“ บ้านเจ้านาย ? ”
ฟัง ๆ ไปแล้วก็อดสงสัยไม่ได้
คำพูดแลดูเป็นการรำพึงมากเสียกว่าเป็นการถาม
วัณฬาเลือกที่จะนั่งฟังเพียงอย่างเดียว พยักหน้ารับตามทุกคำอธิบาย ก่อนจะลองหยิบกลีบบัวกลีบหนึ่งขึ้นมาแล้ววางส่วนผสมลงไปตามที่จ้าวยลบอก
เพียงอึดใจเดียว เมี่ยงคำหลีบบัวแดงก็ถูกประกอบขึ้นมาจนเสร็จสรรพ เพราะไม่รู้จะเอาใส่ปากตนอย่างไร ท่าทางการกินจึงดูยึกยักพิกล
+
(ไกด์เครื่องแบบของหญิงนิ่มค่ะ เหตุเกิดจากพึ่งนึกได้ว่ายังไม่เคยวาดยัยแบบเต็มตัว อุฮิ)
#คาถาคำร่าย_VRKN
โรลเปิด | แยกรูท | ข้างสนามประลอง | 26 เม.ย.
หลังจบการประลองเมื่อครู่ แม้จะต้องแวะไปห้องพยาบาลมา แต่เพราะไม่ได้เจ็บตัวอะไรมากเลยถือโอกาสรีบกลับมาที่สนาม หวังจะมาดูคู่ถัดไป
"มาทันไหมนะ.."
เพราะวิ่งมาทำเอาหอบอยู่ไม่น้อย
ไม่ทันสังเกตเลยว่ามาหยุดยืนข้าง ๆ [คุณ] พอดี
(แวะมาบวกสั้นยาว คุยเล่น ได้หมดเลยค่ะ💐)
กระพริบตาปริบอยู่สองสามที
คงเพราะเธอมักจะกินอะไรซ้ำจำเจจนทำให้ไม่ค่อยได้ลองอาหารใหม่ เลยไม่เคยมีประสบการณ์การกินอาหารแปลก ๆ เลย
“ เรา… ลองชิมด้วยก็ได้นะจ๊ะ ”
หลังจากคิดอยู่อึดใจหนึ่ง เธอก็พูดไปแบบนั้น
“ เผื่อจะได้รู้ว่ารสชาติล้ำลึกอย่างว่านี้เป็นอย่างไร ”
“ พุทโธ่.. ”
กระนั้นวฬาก็ยังยิ้มเจือจาง หลุบตาต่ำเพราะไม่มั่นใจว่าตนเผลอไปพูดสิ่งที่ไม่ควรไปหรือเปล่า
“ เราไม่ได้อยู่ดูหรอก แต่เราว่าจ้าวยลน่ะเก่งอยู่แล้วล่ะจ้ะ “
น้ำลอยมะลิในแก้วโคลงเบา ๆ จากแรงไกว เธอมองน้ำในแก้วสักพักก่อนจะหาเรื่องพูดเบี่ยงประเด็น
“ ดู ๆ แล้วเธอคงชอบกินเมี่ยงคำหน้าดูเลยนา ”
วัณฬายิ้มรับ เธอหันมองตาม เสียงเจี้ยวจ้าวรอบบริเวณดังขึ้นจากทั้งลานประลอง งานทดสอบประจำปี
“ นั่นสิจ๊ะ เด็ก ๆ ปีหนึ่งเข้ามาใหม่เนี่ย คึกคักกันดีเชียวล่ะ “
ว่าแล้วก็ยกแก้วน้ำขึ้นจิบอีกหน
” จ้าวยลได้ไปประลองกับเขาหรือเปล่าจ๊ะ “
” ฉันแอบคนเขาประลองมา ดูน่าสนุกเชียว “
ตาเป็นประกายใสเมื่อถูกเรียกชื่อ
“ เอ๊ะ รู้จักชื่อฉันด้วยหรือจ๊ะ ”
เธอถาม คงเพราะไม่ค่อยได้ทำความรู้จักใครนักจึงประหลาดใจแบบนั้น
“ ขอบใจจ้ะ ”
ยกมือขึ้นรับแก้วน้ำมาจิบ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิพอจะช่วยทำให้ชื่นใจได้บ้าง
“ บรรยากาศการทดสอบประจำปีนี้คึกคัดหน้าดูเลยนะจ๊ะ ”
“ ไม่เป็นไรจ้ะ เธอกินเถอะ ”
ดูจากท่าทีแล้ว คงเป็นเธอที่รู้จักอยู่ฝ่ายเดียว กระนั้นวัณฬาก็ยังยิ้มรับแล้วเดินไปหาทางอีกฟากของศาลา
“ ขอฉันนั่งพักร้อนด้วยสักเดี๋ยวนะจ๊ะ ”
ก่อนจะทำท่าจะนั่งลง แต่ก็มองซ้ายแลขวา ท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ เหมือนไม่แน่ใจว่าควรนั่งหรือไม่
( ขออนุญาตมาบวกนะคะ 🥺 )
เพราะไม่ถนัดการประลองกับใคร หลังจากไล่ทำแบบทดสอบเสร็จไปบางอัน วัณฬาก็ปลีกตัวออกมาเดินเล่น
ทว่าระหว่างทางผ่านนั้นเอง สายก็ก็พลันกวาดไปสะดุดที่ร่างหนึ่งที่นั่งอยู่บนศาลาริมน้ำ
เจ้ายล เพื่อนต่างเรือนร่วมชั้นปีที่เธอไม่ค่อยได้พูดคุยกันบ่อยนัก แต่ก็ยังพอหน้าหน้าคร่าตากันบ้าง
ลังเลว่าจะทักดีไหม แต่สุดท้ายเธอก็
“ …จ้าวยล ? ”
( ขอบคุณที่มาเล่นด้วยกันเช่นกันนะคะ เอ็นดูน้องด้ายมาก 😭🫶🏻💓 )
#คาถาคำร่าย_VRKN
(หนึ่งในท่าที่น้องอินชอบใช้ตอนสู้คับ ปล่อยหมัดไฟหนึ่งกรุบ พรึ่บๆๆ🔥🔥🔥🔥)
น่าเอ็นดูจริง ๆ
แค่มีใครมาอยู่เป็นเพื่อนในช่วงที่จิตใจไม่มั่นคง ทุกอย่างก็ดูจะเบาลงไปกว่าครึ่งแล้ว
“ ได้ยินแบบนั้นพี่ก็ดีใจจ้ะ ”
หลังจากค้างอยู่อึดใจหนึ่ง วัณฬาค่อย ๆ ละมือออกอย่างอ้อยอิ่ง เธอดันตัวลุกขึ้น เดินไปหยิบเสื้อนอกที่แห้งหมดพอจะใส่ได้ขึ้นสวม ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง
“ งั้นพี่ไม่กวนเราซ้อมแล้วดีกว่า , มีอะไรสงสัยให้ตามหาพี่ที่เรือนผกานะ ”
“ ไว้ตอนสอบ พี่จะไปให้กำลังใจนา ”