ดั๊กสังเกตว่ามีควันรูปลักษณ์หมาป่ามาดมมือตน 'วิญญานเงาข้าจะส่งท่านจนจรดท้ายป่า จะไม่มีภูตตนใดในอำนาจข้าเข้าขวางทาง' ไม่ทันเอ่ยคำขอบคุณก็ไม่เห็นร่างหญิงสาวตัวโต มีเพียงปลายหางสีเงินที่หายไปในเงาดำ
Posts by B.
'...เห็นแก่ท่าน ข้าจะรับน้ำใจและแลกเปลี่ยน ทิศที่ท่านจากมานั้นมีแฟร์รี่ป่า ออร์ค และกลิ่นเดียวกับมนุษย์ของท่าน คืนนี้อาจมีเหตุบุกค่ายครึ่งอสูรดื่มเลือด' ราชินีโบกมือให้เหล่านายกองไปเตรียมการเดินทาง นางยังยืนรอแขกตัดสินใจว่าจะเดินทางไปพร้อมกันหรือไม่
ดวงตาสีซีดของแดเนียลค่อยๆ กลับเป็นสีน้ำตาลเคี่ยวดังเดิม แม้จะยืนยันว่าสมาคมของตนจะไม่รับรองและเข้าร่วมเช่นเดียวกับวาติกัน เขาก็ให้พรตามมารยาทเพื่อเตือนสติ เมื่อผ่านแนวเขตทหาร แดเนียลก็กลับมาหน้าง้ำ มองเด็กน้อยปีนป่ายบนรถม้าหุ้มเกราะอย่างไร้เดียงสา ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เป่ามนต์ชำระล้างไปทางหมู่บ้านแม้กายจะล้า '...ยอมข้าเถิด ใจข้าไม่สงบดี' เอ่ยดักชายข้างๆ
ก็เป็นข้ออ้างในการบุกรุกเผ่าหรือหมู่บ้านที่ขวางเส้นทางหลักเพื่อการค้า ส่วนสงครามกับเหล่าปีศาจก็เป็นหน้าที่ในฐานะทหารกล้าราชวงศ์แห่งแสงสว่างที่หาญกล้าแทนปราการคนขลาดของวาติกัน แดเนียลตักเตือนอีกครั้งว่าหากยังดื้อดึง อนาคตปีศาจไร้หลักแหล่งจะยิ่งแทรกซึมในสังคมมนุษย์ ทำให้ป่วยและทรมาน คำตอบรับมีเสียงหัวเราะแสนเย่อหยิ่งว่าสิ้นยุคความหวาดกลัวไปแสนนานแล้ว
ลูกหมาอายุร้อยปีทั้งหลายกร่นด่าเป็นภาษาอังกฤษโบราณที่หารากเดิมไม่ได้ ความโกรธาหมดลงเมื่อเห็นครอบครัวครบถ้วนตามที่ดั๊กเล่าลอยๆ ให้ฟังตลอดทางขณะถักเปียให้ลาร์คที่ทำตัวโตอุ้มตนเองตลอดทาง อีกด้านแดเนียลในบทซิสเตอร์ผู้แทนวาติกันและผู้ติดตามหนุ่มแสร้งยิ้มรับขณะรับฟังแผนการแสนยิ่งใหญ่หลังร่างพรานอดีตกบฎในความคิดปลดลงคืนครอบครัว หรือเหยื่อชาวสลาฟที่อย่างไรก็โดนดี ครึ่งแวมไพร์นั่น
แน่นอนว่าเจ้าพวกลูกหมายังพยายามเข้ามาทำร้าย ดั๊กยิ้มแหยพลางปัดป้องและม้วนตัวหลบจนพวกหัวร้อนชนกันเป็นรถไฟตกราง ชายสูงเดินทิ้งน้ำหนักเท้า อารมณ์ไม่ใคร่ขับสู้แขกนัก สังเกตปลายหางงอนและวิธีขู่ หันไปกระซิบกับแฝดว่าหลุ่มนี้น่าจะเป็นกองทหารที่พลัดจากกลุ่มใหญ่ ซ้ำราชินีกำลังดูแลไพร่พลเพียงตนเดียวในป่าลึก ควรมีสิ่งนำทางไม่ให้เจอทัพและกับดักของมนุษย์
ดั๊กยิ้มหน่ายใจเมื่อตนหนึ่งก้าวไวอีกตนเดินโอ้เอ้เพื่อประท้วง ตนรุดไปคว้าข้อมือคนน้องและกลับจูงมือคนพี่ ตนเดินเป็นโซ่คล้องกลาง "มาเถิด หากเจรจาไว ไม่เกิดเหตุปะทะจะได้กลับไปพักที่บ้านเราไวๆ"
แฝดหงส์นั่งจ๋องมองน้องคนเล็กของราชวงศ์แวมไพร์เก่าแก่โต้เถึยงกับพี่ชายด้วยภาษาโบราณเสียตนจับความได้ไม่ถึง 1 ใน 10 ดั๊กเห็นออกัสท์แอบเลี่ยงความวุ่ยวายและสะกิดให้หงส์คนพี่เดินตาม ตนจึงจูบแก้มลาทั้งสองไวๆ และยืนบังทิศที่สองคนเร่งบินไป เสียงโต้เถียงเบาพลันเมื่อแฝดคนกลางหายไปแล้ว "...เอ่อ พวกเขาจะรีบไปรีบกลับ เราเร่งเจรจาแนวทัพอื่นเป็นอย่างไร"
'พวกข้าจะไปที่หมู่บ้านเพื่อเล่าความเพื่อเบี่ยงเบนพวกเขาไปทางอื่น' แดเนียลเสนอตัวไปคนเดียวเพื่อความคล่องแคล่ว โดยขอให้ดั๊กอยู่ในเกวียนให้ดี
"ประเดี๋ยวหลวงพ่อเคร่งๆ สาดน้ำมนต์ใส่หรอกหนา" ดั๊กหัวเราะเมื่อโดนคนหนวดเฟิ้มจูบแก้มจนแดง ส่วนแดเนียลแฝงจิตตามพรานผู้นั้นไปจนรู้หมู่บ้าน มีกองทัพเตรียมพร้อมเข้าโจมตีเมืองโบราณจุดต่อไป พรานไร้ความทรงจำถูกจับเพราะไร้ผลงานประกอบข่าวล่ามาไวว่ามนุษย์หมาป่ารวบรวมสมาชิกครบ พรานอาจเป็นไส้ศึก หากลาร์คไม่เขย่าตัว แดเนียลอาจได้ประสบการณ์หัวมีรูมือสอง
"ราชาไม่ทิ้งคนของเขาไว้เบื้องหลัง...คิดเสียว่าเป็นภารกิจสุดท้ายก่อนกลับบ้านเป็นอย่างไร" ดั๊กลูบแขนชายที่กอดตนหลวมๆ
#ง่วงไง๊
"แก้แค้นกันไม่จบไม่สิ้น ข้าพอเข้าใจทำไมเจ้าอยากสันโดษนัก" ดั๊กยังมองไปยังทิศที่เหล่ามนุษย์หมาป่าเดินไปตั้งรกราก อนาคตป่านี้จะกลายเป็นป่าโบราณเดียวที่เหลือรอดจากมนุษย์เพราะมีผู้พิทักษ์ใหม่ สะดุ้งอีกคราวเมื่อเห็นควันปืนใหญ่และปราสาทข้างเคียงถูกเผา "บ้านเจ้าจะเป็นอย่างไร"
'กอดคนเดียวหรือ ลำเอียงเสียจริง' แดเนียลเย้าแหย่ขณะคืนดาบให้น้องชาย ดวงตาขานวลบอกเป็นนัยว่าเจ้าตัวกำลังอ่านความคิดบางสิ่งก่อนมนุษย์ร่วงตุ๊บลงมาจากต้นไม้เตี้ยใกล้เคียง ไม่ใช่ทหารกองทัพ ทหารพรานที่เพิ่งผันตัวเพราะความแค้น สบตาลาร์คและขอให้ช่วยลบความจำก่อนส่งให้เดินกลับบ้านก่อนทัพใหญ่ผ่าน
ดั๊กโบกมือลาไล่หลังเด็กน้อยที่ตนปลอบขวัญมาตลอดทาง ยิ้มเศร้าๆ ชวนนึกถึงวัยเด็กที่มีเด็กข้างบ้านให้ตนดูแล เดินมายืนข้างๆ ออกัสท์และพึมพำว่าขอกอดสักสองสามวินาทีก่อนเดินทางต่อได้หรือไม่
เมื่อแน่ชัดว่าเป็นบุตรตน คนเป็นแม่ส่งเสียงครางหงิงและอ้อนวอนหัวหน้าเผ่าให้รับลูกน้อยกลับมา ในขณะที่หัวหน้าเผ่าพิเคราะห์เด็กน้อยตรงหน้าที่เริ่มส่งเสียงร้องหา ดั๊กยกมือเสนอตัวโดยฝากดาบประจำตัวไว้กับพี่ชายและจูงมือเด็กน้อยไปหาหัวหน้าเผ่าอย่างระมัดระวัง
'...เด็กน้อย ข้าจำตราบนอกเจ้าได้ เจ้าพรากพันธมิตรข้าไปมาก'
"เป็นหน้าที่ แต่ในยามนี้ ข้าไม่ใคร่เห็นด้วยกับมนุษย์"
'ตัวเจ้าแทบไม่ใช่แล้ว'
สองหงส์คุ้มภัยมือจับอาวุธทันทีที่สัมผัสถึงจิตสังหาร หากไม่มีลาร์คยกมือแตะบ่าคงปะทะเข้ากับหัวหน้าเผ่ามนุษย์หมาป่าที่บ้านเกิดกลายเป็นสนามเพลาะของมนุษย์ไปเสียแล้ว สตรีสูงใหญ่นางนี้งดงามแม้คลุมทับด้วยเสื้อสานใบปอ แววตาแดงฉานเดียวกับมือเปรอะเลือดเหยื่อ ด้านหลังมีชายหญิงตาแวววาวราวเจอมณีล้ำค่า
ดั๊กต้องต้านแรงเด็กน้อยที่กลัวหูลู่จนแนบไปกับหัว อากาศเย็นเมื่อลึกในป่าและมีเสียงเห่าหอนจนโหยหวน เสียงปืนดังเป็นระยะ พรานมนุษย์กลายเป็นเหยื่อความเกลียดชังและความหิวโหย รอสัญญานจากแฝดสามที่คุ้มครองเกวียน กังวลกลิ่นเลือดที่อาจกระตุ้นแวมไพร์ได้
ดั๊กอ้าปากจะปฏิเสธแต่พี่ชายคว้ามือไว้ หลับตาสัมผัสถึงปีศาจระดับสูงที่ถูกปลุกขึ้นมาเพราะสงคราม จิตสังหารเข้มข้นผ่านเพียงผิวเผินแต่ชวนขนลุก "...อย่าฝืนนึกหนา" เอ่ยทิ้งท้ายขณะเรว์ปิดประตูท้ายเกวียน
มนุษย์ทั้งสองยกมือปิดจมูกเมื่อกลิ่นศพกลากสายพันธุ์คลุ้งชวนอาเจียน เจ้าขนน้อยนั้นยิ่งกว่า หน้าซุกกับอกซิสเตอร์ปลอมจนจม ความเงียบอึดอัดหยุดลงเมื่อเกวียนข้ามศพที่จมในดินและล้อทรุดลง ดั๊กทำท่าจะลุกขึ้นไปดูสถานการณ์ หากไม่ติดเด็กที่เกาะแน่น คงกระโดดลงและถูกเงาปีศาจลากเข้าป่าไปแล้ว
ดั๊กจุ๊ปากให้ทุกคนเงียบเมื่อบรรยากาศเริ่มอึดอัด มนุษย์ทั้งสองนำเสื้อคลุมตนเองมาห่มตัวเด็กน้อย ช่วยกันพาข้าวของขึ้นเกวียนและรอจนแฝดควบคุมเงาตนเองจบ
หงส์สองตนพร้อมใจกันว่าไล่หลังที่หาเรื่องตนเป็นเด็กน้อย ทัพใหญ่กรีฑาผ่านป่า เสียงดังราวคลื่นกระแทกภูผา สาบความตายลอยจากสางกินศพ แดเนียลจึงให้ดั๊กเป็นผู้เขียนจดหมายแจ้งให้พร้อมระหว่างตนไปเตรียมเกวียน เริ่มมีทาสวิญญานล่องลอยเหนิอบ้านจนต้องใช้เวทย์สวดส่งวิญญานให้กินแรง
หมาน้อยร้องลั่น ทำท่าจะคลานไปหาแดนนี่ที่นั่งไม่ห่างก่อนวกไปเอาหัวชนท้องดั๊กแทน หงส์ตนพี่เอ่ยแซวว่าเด็กรักตามเคยก่อนช่วยสวมเสื้อผ้าให้น้องและเด็ก 'ข้าไปเตรียมเกวียนและส่งสาสน์ถึงท่านพ่อว่าเราจะเดินทาง' หันไปบอกกล่าวเรว์และลุกไวๆ
อาศัยแรงมือแรงเท้าของพี่ชายสองคน น้องคนเล็กจึงยอมพาหัวใจห่อเหี่ยวไปผ่านน้ำโดยแดเนียลกำชับให้หมดกลิ่นเสียด้วย ดั๊กขยับปากไปทางหงส์ผู้พี่เพื่อให้ช่วยดูบาดแผลแปลกๆ บนบ่าด้านหลังของเด็กน้อยที่มีขนคลุม
'เขี้ยวยาวแต่ไม่ลึกถึงกระดูก'
"ปีศาจที่เขี้ยวยาวเท่านี้ต้องเลือดบริสุทธิ์เสียจนผนึกตราทาสได้ แต่ใจกล้ากัดลูกศัตรูคู่อาฆาตได้... "
'เลือดเย็นนัก หรือจะจำกลิ่นเมื่อตามไล่... โอ้... แย่แล้วสิเรา'
'ข้าแข็งแรงแล้วหนาจอห์น...อื้ม เจ้าตัวเหม็นควันอย่าเอาหน้ามาเช็ดข้าซี' แดเนียลที่บัดนี้กลายเป็นตุ๊กตาหมีบนตักบ่นอุบ ดั๊กเดินออกมาสมบทพร้อมลูกหมาป่าตนหนึ่งที่สะบัดขนจนหมาดแล้วแต่ยังต้องมีคนเช็ดจนแห้งเพื่อคืนร่าง "พาไปอิงเตาผิงที บรื๋อ น้ำร้อนหมดตอนใกล้เสร็จเสียได้"
'...ข้าขี่ม้าไหว เราไม่มีสัมภาระมาก เช่นนั้นควรเร่งมือ เสียงระเบิดตูมใหญ่มาจาก... อ้อ เข้าใจแล้ว' แดเนียลยอมให้แฝดคนกลางช่วยประคองขณะเอื้อมมือไปหยิบชุดเดินทางออกมาเตรียม เขากางแผนที่เมืองมนุษย์ออกมา 'ข้าเห็นนายทัพเจ้าเตรียมบุกไปยังเมืองท้ายด่านของโปแลนด์เพื่อขับไล่ครึ่งเลือดที่ร่วมมือกับมนุษย์ร่นขึ้นไปถึงเคียฟ(โซเวียต) หากจะพาเด็กน้อยไปคืนบ้านด้วย อาจกินแรงเจ้านัก'
'อยู่หน้าบ้านตั้งแต่ข้าอาบน้ำเสร็จ เห็นว่ามีกระสุนปืนพลาดเข้าบ้านหลายนัดแล้ว ข้าคิดว่าบ้านหลังนี้ป้องกันได้หากไม่ใช่ปืนใหญ่' เอ่ยพลางปลดแส้ลงจากเอว ช่วยหาผ้าคลุมมาแขวนไว้ให้น้องชายและแขกตัวน้อยที่กลิ่นสาบติดตัว สะดุ้งแต่รักษาอาการเมื่อก้าวขาไวเกินไป พึมพำว่าตนจัดการได้ไม่ต้องประคอง
ดั๊กสะดุ้งโหยงก่อนขอให้เด็กน้อยอดทนไปล้างตัวพร้อมตน ไม่รอฟังคัดค้าน เจ้าตัวกระโจนเข้าห้องน้ำที่มีน้ำอุ่นรออยู่ราวปาฏิหาริย์ หงส์คนพี่เดินเตาะแตะลงจากชั้นสองโดยมีแส้ผูกที่เอว เสื้อคลุมหลวมๆ หลังอาบน้ำ 'เอะอะมะเทิ่งเสียจนข้าล่องจิตดูสมรภูมิรบใกล้ๆ มิได้'
'อา...ท่านวอร์คเกอร์ เชิญด้านใน' ซิสเตอร์หยิบตะเกียงเจ้าพายุและเดินนำทางไปด้านในโดยไม่รอแขกทั้งสาม หลังทำความเคารพรูปปั้นพระแม่มาเรีย พรมถูกดึงออก มีตรากุหลาบของโรเซ่นครอสปรากฏ ต้องดันกลไกให้ถูกจังหวะจึงเปิดประตูลับได้ นางโค้งให้ปักษาและแนะนำให้เดินตรงและเลี้ยวขวาสลับซ้ายสองครั้งจึงจะถึงบ้านพักของที่ปรึกษาวาติกัน พร้อมเตือนให้อาบน้ำล้างตัวเพราะเคมีร้ายกาจในสนามรบ
เสียงย่ำเท้ามาจากหลากหลายทาง ดั๊กลูบหัวครึ่งมนุษย์บนตักที่หูลู่จนแนบไปกับเส้นผมกลุ่มหนา พวกเขาเร่งฝีเท้าทันทีที่สบตา สังเกตประตูบ้านจึงรู้ว่าพวกเขาพักที่บ้านผู้คณะแทนวาติกัน แม้นจะเป็นไม้กันหมารองรับว่าไม่ควรมีปีศาจข้างใน เวลาสงครามย่อมมีข้อยกเว้น "เจ้าไปดูก่อนว่าในบ้านพร้อมให้เด็กก้าวเข้าไปไหม" ยิ้มแหยให้นายพลสูงสุดของเผ่าค้างคาวตัวโต
"ขะ ข้าพูดให้เด็กเข้าใจต่างหาก เจ้าน่ะรีบจัดการงานเถิด" ดั๊กอุ้มเด็กขึ้นและรีบจ้ำหนีไปยังแนวเขตป่าอีกฝั่ง อย่างน้อยหากเป็นปีศาจที่ยังมีเกียรติภูมิในตัวเอง