( ตามสบายเลยครับผม )
Posts by ( ถอน )
( ขอบคุณที่แวะมาเล่นด้วยนะครับ 🙌🏻 )
และเปิดซิปกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอีกใบที่สะพายอยู่ออกและหยิบของที่อยู่ด้านในออกมา
เผยให้เห็นนางินาตะ—จากด้ามสั้นก็กลายเป็นด้ามยาวจากการยืดออกของด้าม
“ จัดการเลยดีไหมครับ ”
“ จะได้ไม่มีปัญหาอื่นตามมาในภายหลัง ”
พอได้ยินเช่นนั้นเสียงหัวเราะแผ่วเบาก็ดังออกมาจากบำคอของชายร่างสูง รอยยิ้มฉีกกว้างกว่าเดิมพร้อมกับเปลือกตาที่หรี่ลงเล็กน้อย
“ นั่นน่ะไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ อีกอย่างคุณเองก็เด็กผู้ชายนี่นา—ถึงแม้ว่าพวกเราดูจะเลยวัยที่จะตกเป็นเหยื่อแล้วก็เถอะ ”
กระเป๋าที่เขาถืออยู่นั้นมีสองใบ โชคดีที่ตรงนี้พอมีตะขอให้แขวนได้จึงได้นำกระเป๋านักเรียนแขวนไว้
( + )
มองดูตามมือที่ชี้ขึ้นไปแล้วก็ใช้แขนเอื้อมไปหยิบมันมาอย่างง่ายดาย
มองดูหน้าปกและพลิกดูไปมาก่อนที่จะยื่นหนังสือในมือไปหาคนตรงหน้าพร้อมทั้งรอยยิ้มจางบนใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์
“ น่าสนใจจริงด้วย .. แถมยังดูเป็นหนังสือที่น่ารักจังเลยนะครับ ”
“ อยากได้ไหมครับ ”
เอ่ยถามคล้ายโยนหินถามทาง ไม่แน่ใจเจตนาว่าถามทำไม แต่แน่นอนว่าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแน่นอน
“ ดูเป็นหนังสือที่น่าสนใจจังเลยนะครับ ”
“ แค่ปกหนังสือก็ดูเหมือนถูกเพรียกหาเพื่อให้หยิบขึ้นมาเลยนะ ”
“ ถ้าอย่างนั้นไปจ่ายเงินกันเลยดีไหมครับ ? ”
“ หรือคุณมีหนังสือเล่มไหนที่อยากได้อีก ? ”
มิคาโดะถามด้วยรอยยิ้มที่ยังคงอยู่บนใบหน้าพร้อมกับชูหนังสือขึ้นมา เปลือกตาหรี่ลงเล็กน้อย
พอได้เห็นปฏิกิริยาของคนตรงหน้าแล้วเสียงหัวเราะแผ่วเบาก็ดังในลำคอของเขา รอยยิ้มจางยังคงปรากฏบนใบหน้าของมิคาโดะ
“ ขอบคุณที่ตอบรับข้อเสนอครับ ”
“ ผมคาดหวังมากเลยทีเดียว ”
“ แล้วก็—เงยหน้าขึ้นเถอะครับ ไม่ต้องโค้งขอบคุณถึงขนาดนั้นก็ได้ คิดเสียว่าเป็นเพื่อนที่คอยช่วยเหลือก็พอครับ ”
เมื่อนั้นจึงได้ถือวิสาสะหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมาอีกครั้ง แล้วมาพลิกดูด้วยตนเอง
( + )
รู้สึกได้ถึงแรงดึงที่พยายามดึงตัวเขาให้กลับมา เสียงของหญิงสาวทำให้เขาเริ่มตั้งสติได้ แม้ในตอนนี้จะยังไม่มีแรงตอบก็ตาม
ตัวเขายอมถูกดึงตัวไปแต่โดยดี เดินไปตามทางจนกระทั่งหยุดลงที่หน้าร้านขายของบริเวณใกล้เคียง
เปลือกตาหรี่ลงราวกับกำลังพยายามปรับภาพความชัดของตาตัวเอง
“ ... ขอบคุณครับ อา .. ? อาจารย์ซูซูกิ ”
“ ผมไม่ได้สนใจในเรื่องเกี่ยวกับความรักเท่าไหร่ครับ ”
“ แต่เป็นงานเขียนของนักเขียนที่ชื่นชอบ .. ฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี ที่เขียนอาชญากรรมและการลงฑัณฑ์ครับ ”
“ ชายตัวเอกผู้หลงรักหญิงสาวแล้วจมลงกับภวังค์จินตนาการของตัวเอง คิดเองเออเองต่างกับเธอที่อยู่ในความเป็นจริงจนสุดท้ายเธอก็ได้เวียนกลับไปหาคนรักของตัวเองโดยที่ไม่เคยเหลียวแลตัวเอกมาตั้งแต่แรก ”
“ เพ้อฝันดีนะครับ ”
นั่นยังคงเป็นความจริงของพวกเราทั้งหมดอยู่ดี
รถประจำทางหยุดนิ่งก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมองป้ายก็พบว่าถึงที่หมายแล้ว
จึงได้ยื่นมือไปหาเพื่อนสาวข้างกายเพื่อที่จะพาเธอให้ไปด้วยกัน
“ ไปกันเถอะครับโทวกะ ”
“ พวกเรายังมีอะไรอีกหลายอย่างให้ทำ ”
พอได้ยินเธอพูดถึง「คนปกติ」เปลือกตาของเขาก็หรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะมีเสียงแค่นหัวเราะออกมาจากลำคออย่างแผ่วเบา
นั่นสินะ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาไม่ได้กลายเป็นคนธรรมดาอีกต่อไป
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ความประหลาดนี้ทำให้เขามองเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น
“ ... พวกเราก็ยังเป็นคนปกตินะครับ เกิดแก่เจ็บตายได้เป็นปกติ แค่มีความสามารถพิเศษ ”
( + )
พอได้ยินเธอว่าแบบนั้นสายตาก็สำรวจรอบข้างเพื่อมองหาสถานที่ถัดไปสำหรับการสืบสวน
สังเกตเห็นรอยลากยาวของพื้นดินจึงได้หันกลับมามองเพื่อนสาวของตนเองก่อนที่จะยื่นมือไปหาเธอ
“ มีร่องรอยประหลาดอยู่ อาจจะมีเบาะแสเพิ่มเติม ลองตามรอยไปดูกันเถอะครับ ”
“ ระหว่างนี้ผมจะทำหน้าที่คุ้มกันให้เอง ”
รอยยิ้มจางปรากฏราวกับกำลังทำให้เธอวางใจได้ว่าเขาจะเป็นคนปกป้องเธอเอง
( ขออนุญาต + นะครับ )
“ ดูเหมือนว่าคุณต้องการความช่วยเหลือนะครับ ”
ร่างสูงบดบังทัศนียภาพตรงหน้าของชายข้างกายอย่างมิดชิดราวกับไม่ต้องการให้เขาได้เห็นภาพตรงหน้า
มือถือร่มสีดำขนาดใหญ่เอนไปด้านหลังเพื่อปกปิดตัวตนจากสิ่งผิดปกติด้านหลัง ดูเหมือนว่าตัวเขาก็ยังคงใส่ชุดนักเรียนเหมือนกับคนตรงหน้า
รอยยิ้มจางปรากฏพร้อมกับเสียงทุ้มที่ดังขึ้นอีกครั้ง
“ หรือผมกำลังเข้าใจผิดกันนะ ? ”
แฟนตาซี ... จินตนาการได้เยอะ ... ก็คงจะจริงตามที่อีกฝ่ายได้กล่าวไว้ เช่นนั้นสายตาจึงได้จรดมองไปที่วรรณกรรมแฟนตาซีแทน
ลองสุ่มหยิบมาหนึ่งเล่มจากความหน้าสนใจที่หน้าปกแล้วถือไว้ในมือ
รอยยิ้มจางปรากฏบนใบหน้า ศีรษะเอียงลงเล็กน้อยพร้อมกับหนังสือที่ปิดใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง
“ ไว้ผมจะลองดูบ้างนะครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ”
“ หวังว่าคุณจะเพลิดเพลินกับหนังสือในมือของคุณ ”
เอียงศีรษะคิดตามถึงกิจกรรมที่คนข้างกายกล่าวมา พร้อมกับคำนวนเวลาในปัจจุบันไปด้วย
หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อตรวจสอบบางอย่างก่อนจะหันหาหญิงสาวข้างกาย
“ ทำทุกอย่างเลยไหมครับ มีหนังรอบบ่ายสามพอดี ก่อนหน้านั้นเราก็แวะไปเอาหนังสือของผมและดูเสื้อผ้าของโทวกะ ”
“ ไปดูหนัง พอเสร็จก็ค่อยซื้อไอศกรีมระหว่างกลับ ”
“ อาจจะดึก .. แต่เดี๋ยวผมจะไปส่งเอง ทางบ้านจะว่าอะไรไหมครับ ? ”
ฝีเท้าก้าวตามหลังมาเพื่อตรวจสอบเบาะแสที่เพื่อนสาวคนนี้ได้พบเจอ เช่นนั้นจึงได้หันศีรษะมองรอบข้างก่อนจะกลับมาทองกองผ้าที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย
“ ดูเรียบร้อยเกินกว่าจะบอกว่าลักพาตัวนะครับ ”
“ เหมือนกับตั้งใจพับไว้ให้เห็นเสียมากกว่า ”
แปลก .. ดูจงใจเกินไปราวกับเป็นฝีมือของคนมากกว่าโยไคเสียอีก
มาบุนางินาตะในมือกระชับขึ้น
“ อยากลองไปดูที่อื่นต่อไหมครับ โทวกะ ”
สายตามองไปยังผู้เป็นอาจารย์ที่เดินแยกจากไป มือที่กุมมายุขนาดใหญ่ของตัวเองไว้อยู่ใช้มันเพื่อพยุงร่างกายของเขา
มองไปยังฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง ก่อนที่สุดท้ายใบหน้านั้นจะหันหนีและเดินแยกไปอีกทางเพื่อทำการสืบสวนคดีนี้ต่อ
... และได้แต่หวังว่าหลังจากนั้เขาจะไม่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์อะไรเช่นนี้อีก
【 Route End 】
( ขอบคุณที่แวะมาเล่นด้วยสั้น ๆ นะครับ ! 🥺🙏🏻 )
วันนี้เขาไม่มีมาบุขนาดใหญ่อยู่ในมือ มีเพียงแค่มาบุขนาดเล็กอย่างคุไนที่พกติดตัวมาในชุดนักเรียน
เช่นนั้นเขาจึงได้ลุกขึ้น แม้จะอยากนั่งพักต่ออีกสักหน่อยแต่เขาจะเสียเวลาไม่ได้
หันมองตามเพื่อนที่นั่งอยู่
“ อยากไปด้วยกันไหมครับ หรืออยากจะแยกไปสืบสวนเอง ? ”
เป็นตัวเลือกที่ไม่ได้บังคับแต่อย่างใด เพราะไม่แน่ใจว่าอยากจะมาด้วยกันไหมจึงได้ถามก่อน
“ ขอไม่สัญญาก็แล้วกันครับ ”
แค่เป็นนักเรียนยังเสี่ยงชีวิตอยู่ทุกวัน ไม่อยากจะนึกเลยว่าโตไปจะต้องเสี่ยงชีวิตอีกมากแค่ไหน
เพราะฉะนั้นเขาคงให้สัญญาเรื่องนี้ไม่ได้
“ แต่จะพยายามไม่ตายเร็วนะ ”
มือยกขึ้นเสยผมที่เปียกปรกหน้า พร้อมกับใช้หลังมือเช็ดตาของตัวเอง
( + )
หูสดับฟังคำกล่าวของเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างกายอย่างเงียบเชียบโดยที่ไม่ได้แทรกแซงแต่อย่างใด นัยน์ตาม่วงครามจรดมองไปยังตำแหน่งของร่างนั้นอีกครั้ง
มันดูหม่นหมอง โหยหา ทว่าเจ้าของนัยน์ตานั้นกลับไม่กล่าวสิ่งใดออกมานอกจากเสียงแค่นหัวเราะที่ดังจากลำคอ
พร้อมกับการถอนหายใจอย่างแผ่วเบาและรอยยิ้มเจื่อนจางบนใบหน้า
( + )
ทว่าเสียงบางอย่างที่ดังขึ้นก็ทำให้ต้องหันขวับไปยังทิศหนึ่ง เสียงฝีเท้าเหยียบลงกับกิ่งไม้ เขาหันไปมองเพื่อนข้างกาย
ราวกับอ่านใจกันได้ พวกเราทั้งสองออกตัววิ่งไปยังทิศที่ได้ยินเสียงในทันที
เพื่อไปตรวจสอบว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นคือคน .. หรือสิ่งเหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถหาคำมาอธิบายได้กันแน่
【 Route End 】
มิคาโดะยังคงเฝ้ามองเพื่อนของเขาคนนี้เสมอ เพราะหากเกิดอะไรขึ้นจะเป็นตัวเขาที่สามารถช่วยได้
เพราะดูจากการเกิดแล้ว มันคงเป็นการขยับตัวที่ลำบากมาก
พอเดินกันมาจนพื้นที่นั้นเปลี่ยนแปลงแล้วพร้อมกับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ เช่นนั้นจึงได้ยกมือขึ้นมาปิดจมูกและปากไว้ครู่หนึ่ง
กลิ่นแรงมาก .. มันต้องมีเยอะขนาดไหนกันนะถึงทำให้กลิ่นแรงขนาดนี้
( + )
“ โทวกะอยากไปที่ไหนไหมครับ ผมอยากจะไปซื้อหนังสือเล่มใหม่ ”
“ เผื่อว่าผมดูหนังสือเสร็จแล้วจะได้พาไปได้ ”
แน่นอนว่าในเมื่ออีกฝ่ายอยากมาด้วยเขาก็ไม่อยากที่จะให้อีกฝ่ายมาตามใจเขาเพียงอย่างเดียว
อีกอย่าง .. ถ้ามาแค่ร้านหนังสืออย่างเดียวในขณะที่มีคนมาด้วยมันก็คงจะน่าเบื่อมากทีเดียว
รู้สึกได้ถึงมือที่ถูกดึงไป ชั่วจังหวะหนึ่งกลับรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาที่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่ได้โดดเดี่ยวหรือต้องเผชิญหน้ากับความกลัวด้วยตัวคนคนเดียว
พอได้ยินเช่นนั้นเสียงหัวเราะแผ่วเบาก็ดังออกมาจากลำคอของชายหนุ่มร่างสูง ที่เธอพูดมาก็ถูก
“ นั่นสิ ถ้าเกิดเรย์รู้เข้ามีหวังโดนบ่นหูชาแน่ครับ ”
ทว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาเดือดร้อนเท่าไหร่นัก
( + )
“ ไม่แน่ใจว่าคุณชอบวรรณกรรมแนวนี้ไหม ”
“ วรรณกรรมจากรัสเซียที่เล่นประเด็นเกี่ยวกับนักช่างฝัน .. ที่ไม่ได้ตกหลุมรักในตัวบุคคลทว่าเป็นความคิดที่จะมีหญิงสาวมาเป็นนางเอกเคียงคู่กับตัวเองมากกว่า ”
“ ลองเปิดอ่านดูคร่าว ๆ ดีไหมครับ ประกอบการตัดสินใจน่ะ ”
พอได้ยินคำถามเช่นนั้น ก็เงียบลงไปครู่หนึ่งมือกอบกุมปลายคางราวกับกำลังนึกคิดในขณะที่สายตาก็จดจ้องไปทั่วชั้นหนังสือวรรณกรรมเพื่อมองหาหนังสือที่ต้องการ
และสายตาก็หยุดอยู่ที่หนังสือเล่มหนึ่งก่อนจะคว้ามันไว้แล้วหยิบมาเพื่อตรวจสอบหน้าปก
รอยยิ้มอยู่บนใบหน้าพร้อมกับถือหนังสือให้ดูหน้าปก
「White Nights」
หัวคิ้วเลิกขึ้นมองแก้วพุดดิ้งกาแฟที่ถูกดันมาหา เช่นนั้นจึงได้รู้แล้วตัดสินใจที่จะหยิบช้อนขึ้นมาเพื่อตักพุดดิ้งตรงหน้า
เป็นคำเล็กในช้อนแล้วนำเข้าปากของตัวเอง
ปากขยับเคี้ยวแล้วกลืนลงคอเพื่อรับรส ทว่าครู่หนึ่งดวงตาก็เงยขึ้นมองคนตรงข้าม
“ ... อร่อยดีนะครับ ” ไม่เคยชิมมาก่อนแม้จะขึ้นชื่อว่ากาแฟทว่ามันก็เป็นรสชาติที่ไม่หวานและไม่ขมมากจนเกินไป
นุ่มลิ้น เป็นรสชาติที่พอดีมากเสียจริง
“ คุณอินาบะ พอจะมีหนังสืออ่านแนะนำบ้างไหมครับ ”
ตัดสินใจเอ่ยถามหาความเห็น เพราะดูท่าแล้วก็หมดหนทางแล้ว
“ จะเป็นเนื้อหาแบบไหนก็ได้ ถ้าคุณคิดว่าสนุกผมก็ว่าจะลองอ่านดูครับ ”
“ หาวรรณกรรมเล่มใหม่อ่านอยู่ครับ ทว่า .. ยังไม่รู้สึกว่าเจอเรื่องไหนที่มีเนื้อหาน่าสนใจ ”
รอยยิ้มจางพร้อมเปลือกตาที่ปิดลง ท่าทีหน่ายใจนั่นบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่ายังไม่พบสิ่งน่าสนใจ
“ คุณคงชอบหนังสอมาก ”
เพราะสังเกตเห็นว่าในอ้อมแขนเล็กนั่นมีหนังสือหลายเล่มเลยทีเดียว แม้จะสังเกตเห็นหนังสือเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนอยู่ด้วยก็เถอะ
( + )
เมื่อได้สดับฟังถึงอุปกรณ์พิเศษ เช่นนั้นรอยยิ้มจางจึงได้ปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม ก่อนที่ศีรษะจะผงกลงเป็นการตอบรับ
“ เป็นเช่นนี้นี่เอง เป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ ”
“ ได้เลยครับ เชิญคุณนำทางได้เลย ”
แล้วเขาก็ผายมือเพื่อให้สุภาพสตรีได้เดินไปก่อนในขณะที่เขาเองก็เดินเคียงข้างไปพร้อมกับอาวุธยาวที่สะพายไว้
“ เป็นความคิดที่น่าสนใจมากเลยนะครับ ดัดแปลงอุปกรณ์พิเศษแบบนั้น ”