คาลแมนไม่ถือสาถ้ามันจะสลับกัน แต่เขากังวลว่าคุณอาจรู้สึกไม่สบายใจในเรื่องความสะอาดเกี่ยวกับของที่ใช้ต่อจากคนอื่น
"ขอโทษครับ เมื่อกี้ผมเองก็ไม่ได้เอะใจ,จะเปลี่ยนใหม่ให้นะครับ "
ว่าแล้วก็หันไปสบตา ยกมือขึ้นระดับอกเพื่อรอบริกรมาเปลี่ยนแก้ว
Posts by Dr.Kalman
" เดิมทีผมทานไม่บ่อย พวกอาหารทะเลในเมืองส่วนใหญ่ก็มักไม่ค่อยสด " ยิ่งกิน คุณค่าของมันก็ยิ่งลดลงเรื่อยๆ การที่ได้ออกไปสัมผัสกับรัฐที่ขึ้นชื่ออาจเปลี่ยนความคิดเขาก็ได้ใครจะไปรู้
"ว่าแต่คุณวอร์นไฮม์ ,เมื่อกี้คุณใช้แก้วของผมหรือเปล่า " หนแรกเขาไม่ทักเพราะคิดว่าแก้วที่ตนถือคือแก้วเดียวกันกับที่ดื่มก่อนหน้า แต่เพราะรสชาติที่รู้สึกแปลกไปเลยทำให้เขาเลือกที่จะลองสังเกตุดูดีดี
+
มือที่ถือแก้วขยับวนจนของเหลวในแก้วเผยสีงามสดเกลือกกลิ้งไปทั่วผนังแก้วก่อนจะยกขึ้นดื่ม
ปล่อยให้โพรงปากลิ้มรสชาติอันแสนลึกล้ำ ดวงตาหลับพริ้มลง ทิ้งคำพูดก่อนหน้าลอยไว้กลางอากาศรางกับขนนกที่ค่อยๆร่วงหล่นลงมาช้าๆ และเมื่อมันถึงพื้น ของเหลวเหล่านั้นก็ถูกกลืนลงไปคนเกลี้ยงแล้ว
" ไม่ถึงกับชอบ แต่ก็ไม่ได้เกลียดครับ"
+
เจ้าหนุ่มลิ้นสาริกาเอ่ยชักชวนไม่พัก ทั้งยังทิ้งลูกอ้อนแฝงในประโยคอยู่เนืองๆ คาลแมนอาจจะดูไม่ออก หรือไม่เขาก็อาจจะไม่ได้สนใจมันตั้งแต่แรก สิ่งเดียวที่เขาจดจ่อคือแก้วไวน์หลังจากที่บริกรรินให้ สายตาเขายังคงสบกับคู่สนทนาแม้ต้องเบี่ยงหน้าทางขวาเล็กน้อยก็ตามที
" ถูกชวนในรายการแบบนี้ แปลว่าผมกำลังถูกขอออกเดทหรือเปล่า ? " แพทย์หนุ่มหยอกเย้า ในใจไม่ได้คิดจริงจังกับประโยคที่ว่า
+
" ... " แล้วเขาก็ดูตกใจอยู่หน่อยๆ ด้วยดวงตาที่เบิกขึ้นเล็กน้อย กับท่าทีที่ค้างไปชั่วขณะ
" ไม่ได้แปลว่าผมจะแซงคิวไม่ได้นี่ครับ " เขาส่งยิ้มแซวๆกลับไป แน่นอนว่าต่อให้มีคนนัดเธออยู่ก่อน ตามสัตย์จริงคาร์ลก็ไม่กล้าขนาดน้้นหรอก(...)
" แต่ถ้าคุณจะไปจริงๆ " เขายื่นขนนกที่อยู่ในมือไปเสียบทัดกับริบบิ้นรอบหมวกของเจ้าหล่อนให้
" แบบนี้น่าจะดูเข้ากับหมวกคุณดีนะครับ "
คาลแมนยกมันให้เธอ
" นี่ช่องทางการติดต่อ-.." แต่แล้วก็นึกอะไรบางอย่างได้ เขาพลิกหน้าจอโทรศัพท์กลับมาก่อนที่อีกฝ่ายจะได้เมม
เมื่อกี้มันเมลไว้สำหรับติดต่องานนี่นะ เขาลืมไปเลยว่าเดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่อาจใช้แอปพลิเคชันอื่นมากกว่า
เขาเลือกเปิดแอปหนึ่งขึ้นมา
" คุณมีสทีสมี*ไฮน์ไหมครับ"
((*สมมุติเป็นแอปหนึ่งที่ทำงานคล้ายไลน์))
บางทีเขาอาจรักรายการนี้ ไม่สิ..ผู้คนบนเรือนี้มากกว่าที่คิด พงกเขาใจดีเสียขนาดนี้เชียว
คาลแมนกลั้นยิ้มไม่อยู่ เขามีความสุขกับการเสนอน่ำใจเรื่องไกด์นำเที่ยว
" แน่นอน, ถ้ามีโอกาสได้แวะไป ผมจะคิดถึงคุณคนแรกเลย "
แต่..จะทำแบบนั้นได้อย่างไรหากไม่ได้แลกเปลี่ยนคอนแทคกันไว้ ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดหน้าจอเฟ้นหาอะไรบางอย่างก่อนจะเปิดอีเมล์ให้ดู
+
อุตส่าห์ช่วยกลบเกลื่อนให้หนีจากคำจัดกัดความอย่าง 'ตื่นตระหนก' จนเลือดสูบฉีดแท้ๆ เขายกรอยยิ้มเจื่อนๆออกมา การเล่นมุกอาจไม่เข้ากับเขาจริงๆ
" เพราะงานหนักผมถึงได้มาอยู่ตรงนี้ไงครับ " เขาหยุดชั่วคราว
" หมายถึงบนเรือ.. และรายการนี้ " เว้นช่วงไปนิดหน่อยก่อนจะถามต่อ
" ดูดาว? ในมุมมองแบบไหนหรือครับ ?.. ผ่อนคลาย ฆ่าเวลา หาความรู้ใหม่ๆ ? "
" ต่างคนต่างเกิดมาพร้อมดอกไม้ของตนงั้นหรือครับ "
" แบบนั้น..ครอบครัวคุณจะเป็นชนิดดดียวกันหมดเลยหรือเปล่า? "
สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้แสนประหลาด มีนราวกับว่ามีใครขีดเขียน ปรุงแต่งมันขึ้นมาจนกลายเป็นโลกที่หลอมรวมคนเอาไว้หลากหลายเผ่าพันธุ์
เธอและเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนหนึ่งคล้ายแต่อีกหลายส่วนนั้นแตกต่าง
คาร์ลตั้งใจฟัง พยักหน้ารับบางครั้ง
" ครับ-.. แต่พ่อของผมเป็นยูนิคอร์น เพราะงั้นเลยนิยามว่าเป็นภูติอย่างเดียวคงไม่ได้ " รอยยิ้มถูกป้ายบนริมฝีปากก่อนจะหุบลงในนาทีถัดมา
+
นานๆที ไม่สิ นี่ครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกเจอคนพูดถูกคอโดยที่ไม่ต้องพยายามนึกเรื่องอะไรให้มากความ
" น่าสนใจ, ผมอยากลองทานบ้าง " ยิ่งพูดก็ยิ่งถูกกระตุ้นให้กระเพาะทำงานผิดจังหวะ ส่งเสียงโคลกคลากออกมาคั่นบทสนทนา
ชายหนุ่มเงียบไปสองวิก่อนจะพยายามเค้นเสียงหัวเราะที่มีแต่ลมออกมา
" เสียดายที่เขาเปิดสายๆ " น้ำเสียงดูอ่อยลงชัดเจน " ผมคงต้องทนกินเกลือจากลมทะเลไปก่อน"
คาลแมนกลั้วหัวเราะในลำคอ เสียงนั่นแทบจะออกมาเป็นลมมากกว่าเสียง
" มิสมูร์เกล "สำเนียงของเขาเอียงไปทางยุโรปตะวันออก เลยอ่านชื่อของเธอได้ค่อนข้างคล่องปาก " คุณเป็นหญิงสาวที่ซื่อตรงดีนะครับ "
เขากล่าวถึงภาพรวม ไม่ใช่เพียงคำพูดของหล่อน
" มาทำธุระแต่เช้าเลยนะครับ แอบนัดใครไว้หรือเปล่า " เขาผ่อนคิ้วลง ผินหน้าเข้าเรือมองซ้ายทีขวาทีเพื่อเฟ้นหาบุคคลปริศนา หากเธอนัดไว้
แก้วไวน์ที่ถูกแย่งไปดื่มนั้นทิ้งรอยเล็กๆไว้บนขอบแก้ว น้ำลายเพียงเล็กน้อยหากคุณทาบริมฝีปากลงไปโดนก็คงจะรับรู้ถึงรสหวานประหลาดแฝงอยู่
" แผนหรือครับ ? " เขาครุ่นคิด
" ผมยังไม่ได้หาร้านอาหารที่น่าสนใจเลย- ไว้ถ้าเข้าใกล้ฝั่งกว่านี้อีกหน่อย ให้สัญญาณกลับมาครบถ้วน ผมถึงจะเริ่มตัดสินใจ "
" แล้วคุณล่ะ?"
" แค่ไวน์ถูกๆ ให้หายฝืดคอ, ยังไงเสียสิ่งที่ผมปักใจก็เป็นอาหารมากกว่าอยู่ดี " เขาผินหน้าไปทางจานเล็กน้อย เนื้อส่วนหนึ่งถูกโกยจัดข้างๆขนมปังแผ่นสุดท้าย ปริมาณมันหายไปเกินครึ่งแล้ว
เขายกยิ้มไม่ว่าคุณจะแสดงสีหน้าหรือคำพูดแบบไหนตอบกลับมาเสมือนรู้ทัน ก่อนจะยอมแพ้แล้วผ่อนคลายความเกร็งของหลังลงนิดหน่อย
+
เขาอยากเป็นตัวตั้งต้นให้ 'คาลแมน' คนถัดๆไปนั้นได้รับโอกาสที่ดีมีใช้ไม่ขัดสน อาจเหมือนวอร์นไฮม์ในวัยเด็ก แต่เชื่อเถอะว่าเขาสามารถซ่อมแซมรอยรั่วเหล่านั้นได้ ..และคิดว่าได้ดีมากแน่ๆ
" คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนกับคนที่พึ่งรู้จักไม่ถึง 3คืนขนาดนั้นก็ได้,คุณวอร์นไฮม์ " เขาไม่ได้ปฏิเสธ ในเมื่อคุณสั่งแล้วเขาก็ยินดีจะน้อมรับ เพียงแค่เกริ่นเผื่อรอบหน้า
+
แพงที่สุด..
นอกจากจะตื่นตาตื่นใจแล้ว เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดคนพวกนี้จึงมีกินมีใช้เหลือเฟือเช่นนี้ สตางค์ทุกบาทนั้นไม่ได้เฟ้นมาหาง่ายดายเหมือนก้มเก็บเศษใบไม้กลางลานสวนสาธารณะ คาร์ลไม่เคยหวังสูงถึงขั้นจำต้องสังสรรค์อย่างสุรุ่ยสุร่ายได้ทุกคืน ขอแค่มีกินมีใช้ มีเก็บเผื่อภาวะฉุกเฉินภายภาคหน้า รวมไปถึงหลังเกษียณอายุ วางเป็นกองมรดกรอลูกหลานมารับ
+
ภาพถ่ายเหล่านั้นถูกอัดไว้อย่างปราณีต เป็นที่ระลึกในความทรงจำ แม้จะถูกเห็นวิวนี้ซ้ำไปซ้ำมามันก็ยังคงสวยงามไม่เคยเปลี่ยน
" ถ้ามีเวลาว่างสักครั้งก็อยากลองไปพักร้อนดูครับ- แต่... น่าเสียดายที่ผมใช้สิทธิ์เหล่านั้นเพื่อมารายการนี้แทน "
" หากคุณมีสทีสได้กลับไป อย่าลืมเที่ยวเผื่อผมด้วย นะครับ "
การที่ได้ฟังคนพื้นที่กล่าวถึงความสวยงามของสถานที่บ้านเกิดนี่มันดีชะมัด คาร์ลมีรอยยิ้มเปื้อนหน้าตั้งแต่ตอนที่เห็นคุณดูพูดคล่องแคล่วขึ้น ท่าทีดูมีชีวิตชีวาเล็กน้อย ดวงตาที่ดูสร้างระยะห่างระหว่างผู้คนค่อยๆลดลงอย่างน่าประหลาดใจ
คาร์ลเอี้ยวตัวไปเชยชมรูปภาพเหล่านั้น
" ถ้าไม่บอกว่าทำธุรกิจส่วนตัว ผมคงคิดว่าคุณมีสทีสเป็นช่างกล้องด้วย " เขากล่าวชม
+
การเอาคืนจาก CEOหนุ่มคือคำเชื้อเชิญให้นั่งดื่มเป็นเพื่อน คาร์ลที่ออกปากปฏิเสธไปแล้วครั้งที่สามกำลังจะพูดประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง ทว่ารอบนี้คนไข้จำเป็นของเขาแผลงฤทธิ์ลูกอ้อนจนริมฝีปากที่เผยอใกล้พูดนั้นหยุดชะงัก
" ถ้าเล็กน้อยก็คงจะพอได้อยู่ครับ "
เขาอนุมัติเพียงเสี้ยวหนึ่งของหน้าเอกสาร เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองมึนเมาจนผล๋อยหล้บไปต่อหน้าคนอื่น
" คุณเลือกเลยครับ " เขายกสิทธิ์ให้อีกฝ่าย
#MMM_โรลเปิด
19.00 น. ณ บาร์บนเรือสำราญ
/มาตั้งบูธไว้ ติดเครื่องแปลงเสียง ตัวเองเข้าไปอยู่ด้านในกล่อง
( จริงเหรอ ใช่เหรอ อันนี้มุกไหม )
แหงสิ เขาพึ่งแย่งแก้วไงน์จากCEOหนุ่มทั้งทียกให้ตั้งแต่ต้น
แต่ก็ช่วยไม่ได้ ..เขาเล่ายาวจนคอแห้งนี่
" คุณวอร์นไฮม์ , ชีวิตไม่จำเป็นต้องถูกต้องหรือดีตั้งแต่แรก แต่สิ่งที่ทำระหว่างทางต่างหากที่มีค่า ตราบใดที่คุณยังไม่ทิ้งซูร์สตรอมมิ่งไปก่อน "
" สุดท้ายแล้วสำหรับผม ผมก็ยังไม่ชอบซูร์สตรอมมิ่งอยู่ดี แต่ช่วงเวลาที่ผมพยายามนั้นมันก็สอนหลายอย่างให้ผมเช่นกัน , ผมไม่โฟกัสความล้มเหลวในการตัดสินใจ แต่ผมโฟกัสผลลัพธ์ที่ได้มาระหว่างนั้น"
พูดจบก็เคลื่อนมือไปสัมผัสก้านแก้วไวน์เรียกสติอีกฝ่ายก่อนจะยื้อมันเข้ามายกจิบสองอึก
" รสชาติดีไม่หยอก- ..ให้ตาย ผมควรยกมันให้คุณจริงๆ "เสียงหัวเราะถูกเค้นมาอีกครั้งอย่างเขินอาย
+
" ท้ายที่สุดผมเลยเลือกที่จะลองปรุงรสมันไปเรื่อยๆ หนึ่งมื้อต่อหนึ่งจานอาหาร "
" โชคร้ายที่ไม่มีสูตรไหนเข้ากับมันเลย รู้ตัวอีกทีซูร์สตรอมมิ่ง 12 กระป๋องของผมก็หมดลงแล้ว "
" แม้รสชาติมันจะแย่ แต่ช่วงระยะเวลาที่ผมลองพยายามทำให้มันถูกปากตัวเองน้้นมันเป็นเรื่องที่ประหลาดกว่ารสชาติของมันมาก "
+
" คุณรู้ไหมว่าผมเป็นยังไงเมื่อลิ้มลองมันครั้งแรก " เขาเว้นจังหวะให้อีกฝ่ายได้ลองคาดเดา
" โคตรห่วยแตก "
ว่าแล้วก็ขำคลอไปกับประโยคเยาะเย้ยตัวเองในวัยสิบเจ็ด
" พระเจ้า, ผมไม่ควรกินมันเลย "
แล้วเขาก็กลืนเสียงหัวเราะลงคอไป " แต่ว่า- ในตอนนั้นผมจำเป็นต้องใช้ชีวิตไปกับมัน วันแรกๆผมคิดว่าจะลองอดข้าวไปจนกว่าพ่อและแม่จะโอนเงินมาให้ แต่นั่นมันบ้ามาก... -"
+
" ผมไม่เคยฟังคำรีวิวจากปากคนอื่น และคิดว่ามันก็แค่เป็นของที่พวกเขาบังเอิญไม่ชอบเท่านั้น "
" วันหนึ่งผมไปเจอมันที่ซุปเปอร์แถวถนนเกดิมินัส ,มันถูกวางอยู่บนเชลล์เต็มไปหมด นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมคิดว่า ให้ตายเถอะ ฉันนี่โคตรโชคดีเลยที่เจอมันเยอะขนาดนี้ในวิลนีอุส.. สุดท้ายก็เลยกว้านซื้อมันมาตามโปรโมชั่นราว 12 กระป๋องได้ " เล่าไปก็ลอบกดคิ้วลงอย่างหน่าบอกหน่ายใจ
+
" ดื่มมากเกินไปอุณหภูมิในร่างกายคุณเกินขีดจำกัดเอานะ ,คุณวอร์นไฮม์ " เขากล่าวตักเตือนโดยไร้วี่แววความน่าเกรงขามหรือเด็ดขาด
" ... " แล้วก็คลี่ยิ้มเปื้อนมุมปากเล็กน้อย เอ็นดูกับท่าทีนั้รที่คุณพยายามซ่อนเร้นไว้ แน่นอนว่าเขาจะไม่เค้นมันจากปากคุณ ไม่ใช่ในตอนนี้
" รู้ไหม, ครั้งนึงผมเคยอยากลองทานซูร์สตรอมมิ่ง "
+
เขาเคยพบเห็นคนหลายประเภท ทั้งคนที่ไวต่อความรู้สึก ช้าต่อความรู้สึก และรวมไปถึงพวกที่ฝืนต่อความรู้สึก
ไม่ว่าจะประเภทไหนล้วนแบกบางสิ่งไว้บนบ่าและเลือกแสดงท่าทีออกมาตามความถนัด
รอยยิ้ม และเครื่องดื่ม งั้นหรือ..
นัยน์ตาสีดอกวิสทีเรียเคลื่อนไปสบกับปฏิกิริยาเหล่านั้น ราวกับจ้องลึกเข้าไปข้างใน
+
( แสดงว่ามันโหดร้ายจนทำให้โสดยันอายุปูนนี้สินะ )
( เลือกทั้งสองเลยได้ไหม5565657655 )