#THK_卒業
หลังจากที่พยายามมาแสนนาน
ในที่สุด…วันที่รอคอยก็มาถึง
พิธีจบการศึกษา
ความในใจที่ต้องพูดหน้าเวทีก่อนรับใบประกาศมีเพียงแค่ คำว่า
ขอบคุณ สั้นๆไม่ได้ร่ายยาวอะไรเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคนอื่น
และอาจจะสั้นและดูแปลกที่สุดในบรรดานักเรียนทั้งหมดด้วยซ้ำ
เพราะให้เวลาตั้ง 1 นาทีแท้ๆ
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นคำที่มอบให้กับทุกคน
ที่เข้ามาในชีวิตของเขาระหว่างที่ใช้ชีวิตที่เกาะแห่งนี้
Posts by Eigen | 1-E
“มันน่าจะอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ก่อนคริสมาสต์แล้ว” อนุมานจากน้ำตาลปั้นซานต้า
หันไปหา ”หมายถึงซื้อ1ปอนด์มาแบ่งครึ่งกับฉันน่ะเหรอ?“
เขาก้มดูน้ำตาลปั้นรูปซานต้าที่ยืนเหงาบนก้อนเค้กและป้ายลดราคาที่มีคำแนะนำเขียน
“ควรทานภายใน2วัน..” อ่านแล้วดูเค้กที่มีทั้งแบบแยกชิ้นและขายเป็นปอนด์ ถ้าซื้อเป็นปอนด์คงคุ้มสุด
ระหว่างส่อง ๆ ก็ดันไปสบตาเจ้าของร้านที่มองด้วยความหวัง
อึ่ก.. จะเปลี่ยนใจไม่ซื้อคงไม่ได้แล้วสิ
คิดแล้วเงยมองชิองที่มาด้วยกัน
โดนตบบ่าทำให้เขามองงุนงง เป็นการกระทำที่เขาคาดไม่ถึงหน่อย ๆ
เห็นว่ากลับมาร่าเริงได้ด้วยของหวาน ว่ายังไงดี สมเป็นสาววัยรุ่นล่ะมั้ง
“ก็ผ่านไปสักพักแล้ว หวังว่าจะยังเหลือ”
ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายชวนแล้วก็เริ่มเดินนำไป
พอไปถึงร้านก็ยังเหลือเค้กอยู่จริง คงเพราะมีแต่เหตุการณ์น่ากลัว แม้แต่เค้กครีมสดสตรอว์เบอร์รี่ที่นิยมช่วงคริสมาสต์ก็ยังขายไม่ค่อยดี
+
“ก็ ทำอะไรไม่ได้เท่าไหร่ ยิ่งช่วงนี้น้ายิ่งอาการหนัก เดี๋ยวหมดเหมายันค่อยว่ากันอีกที“
”เรื่องปาร์ตี้ น้าไม่ว่าอะไรหรอก“ หยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความบอกน้าตัวเองว่าเพื่อนติดธุระ จะไปส่งเพื่อนก่อน
”ตอนไปซื้อของเจอร้านเค้กลดราคา ไปนั่นก่อนแล้วกัน” บอกชิองโดยที่หน้ายังมองจอ พิมพ์แต่ก ๆ ๆ เสร็จแล้วถึงเงยขึ้นมาว่าอีกฝ่ายตกลงไหม
“น้าเป็นช่างตัดผมเหมือนกันเลยกลัวจะโดนแบบนั้นด้วยน่ะ” ตอบเรื่องที่ว่าเกี่ยวกันแค่ไหน
แค่ความกลัวของน้ามันก่อให้เกิดบางอย่างตามไปด้วย
เอย์เก็นฟังแล้วคิดว่าเขาไม่ควรพูดเรื่องนี้ต่อให้เสียบรรยากาศเพิ่ม
“วันนี่ว่างทั้งวันสินะ ไปหาน้ำตาลเพิ่มในกระแสเลือดดีกว่า“ ชวนไปซื้อขนมกินน่ะ
ยกมือเกาหัวข้างนึง
“ไม่รู้สิ น้าพึ่งจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่มีข่าวช่างตัดผมคนนึงโดนลักพาตัวไป ตั้งแต่นั้น น้าก็ไม่ยอมเปิดหน้าต่างหลังมืดอีก”
ชิองน่าจะพอเดาได้ว่าประมาณ 1 ปีเศษ ๆ
“ฉันไม่มีเซนส์ก็เลยคิดว่าน้าแค่วิตกไปเอง แต่วาตานาเบะได้รับผลกระทบแบบนี้ก็..“ เขาผลุบตาลง แอบรู้สึกผิด แต่เขาก็ทำอะไรมากไม่ได้
เอย์เก็นเหลือบมองหน้าต่าง แล้วกลับมามองชิอง
“รู้สึกด้วยเหรอ?” เขาถามเสียงเบา
พยักหน้า แล้วพาชิองออกมาข้างนอกร้าน พอออกมาข้างนอก บรรยากาศประหลาดเมื่อครู่ก็หายไป?
"...."
"เป็นไงบ้าง?" เอย์เก็นถาม
สายตาของเอย์เก็นลดจากใบหน้าชิองมามองกระติกน้ำ จึงได้เห็นมือที่สั่น
"ไหวรึเปล่า?" เขาถามเสียงเบา เพราะคนเยอะไป? หรือเพราะเขาพูดเรื่องหน้าต่างเลยทำให้อีกฝ่ายเสียขวัญขึ้นมา
"ออกไปข้างนอกก่อนไหม?"
คุณน้ารับกระดาษมาอ่านระหว่างที่ชิองหันไปที่หน้าต่าง เธอได้ยินเสียงกระซิบ
กำลังทำอะไร?
ทำอะไรอยู่?
และเงาบางอย่างที่ขอบหน้าต่างนั้น..
"อุ้ย ได้กระติกน้ำสุญญากาศจ้า ยินดีด้วยน้า" คุณน้ายิ้มกว้างส่งเสียงขัดจังหวะ เธอหันไปหยิบรางวัลมาให้อย่างรวดเร็ว เป็นกระติกน้ำที่มีลายน้องหมาชิบะตกปลา
เหล่าแม่บ้านในร้านพากันมาต่อแถวบ้าง ส่วนสูงของพวกเขาทำให้ชิองมองไปที่หน้าต่างไม่ถนัดอีกต่อไป
👁️
"เอ๊ะ? เป็นอะไรรึเปล่า มือติดเหรอ?" 👁️
คุณน้าถามด้วยความ👁️เป็นห่วง มีเสียงจากแม่บ้านคนอื่น ๆ แซว👁️ว่าเธออาจจะตื่นเต้นอยู่ล่ะมั้ง
เอย์เก็นที่👁️คอยมองอยู่ด้านหลังก็พร้อมพาชิองออกไปนอกร้านถ้าหากไม่ไหวจริง ๆ
(ฮือออ ชิอง สงสาร😭😭😭)
“เดี๋ยวถ้าของเหลือ มันก็แจกแจงมาถึงฉันเองนั่นแหละ” ไม่ได้ของก็ขนมล่ะ เพราะซื้อมาเยอะมาก
เด็ก ๆ ส่งเสียงร้องดีอกดีใจเมื่อได้ของรางวัลอย่างตุ๊กตาหรือหมอนไป ทีนี้มาถึงตาของชิอง
“เอ้า จับเลยจ๊ะ“ คุณน้ายื่นกล่องที่มีหลุมตรงกลางให้ชิองล้วง
👁️
ท่ามกลางความรื่นเริง มีอะไรบางอย่างกำลังมองมาที่ชิองจากในร้าน
ถ้าไล่กันตามลำดับอายุแล้ว ไม่นับเขาที่เป็นหลานเจ้าของร้านก็ชิองนี่ล่ะ
(เลือกเลข1-20มาได้เลย)
เริ่มสงสารอีกฝ่ายที่ดูจะสัมผัสอะไรได้ การบอกไปเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีกันแน่นะ?
เขาคอยสังเกตอาการชิอง สักพักก็มีเสียงประกาศจับรางวัลกัน เด็ก ๆ ที่อยู่ในร้านก็พากันไปต่อแถว เป็นบรรยากาศสดใสที่หาได้ยากในช่วงนี้
พอเด็ก ๆ ไปต่อแถวกันหมดแล้ว เอย์เก็นก็หันมาบอกชิอง
“ไปต่อแถวตามเด็กเลย”
ในร้านนี้มีแต่เหล่าแม่บ้านที่เคยมาเสริมสวยร้านนี้และพกลูกมาด้วยเพราะไม่อยากให้อยู่บ้านตามลำพัง
+
เอย์เก็นสบตาชิอง แล้วเป็นฝ่ายหันไปบอกกับน้า
“ผมบอกเขาแล้วว่าจะพามาจับฉลาก น้ารีบจัดเอาขนมออกมากัน เด็กรอแล้ว”
นี่คงเป็นสิ่งที่เอย์เก็นพูดก่อนหน้าว่าไม่ให้มาช่วยฟรี ๆ
“อ๊ะจริงด้วย ขอโทษนะจ๊ะ” น้ารีบหันไปยิ้มให้กับเด็ก ๆ ในร้านก่อนปลีกไปที่โต๊ะวางของรางวัล
เมื่อเอย์เก็นจัดการสถานการณ์ให้แล้วก็หันมาคุยกับชิอง
”น้าเขาก็แบบนี้แหละ ถ้าเขาทักเรื่องหน้าต่างก็อย่าใส่ใจแล้วกัน“
คำพูดของน้าพาให้สีหน้าเบื่อโลกยิ่งขมวดคิ้วมากกว่าเดิม เอย์เก็นหันกลับมาหาชิอง จะพูดบางอย่าง แต่ไวสู้น้าตัวเองไม่ได้
“ไหน ๆ ก็มาแล้ว มาเล่นจับฉลากกันสิจ๊ะ” คุณน้าเดินเข้ามาเชิญชวนชิองด้วยรอยยิ้มดั่งดวงตะวัน
เมื่อชิองเข้ามาในร้าน เอย์เก็นก็ผละออกจากประตู สักพักก็มีผู้หญิงวัย30ที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานปรี่เข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มสดใส และจับลากรถเข็นเข้าไปด้านในร้าน
“ขอบใจจ้า หืม แล้วหนูคนนี้?“
เอย์เก็นกลอกตาพยายามจะหานิยายให้ชิอง
“เพื่อนที่โรงเรียน เจอกันระหว่างทาง” ถึงจะยังไม่ทันรู้จักอะไรกันมาก แต่บอกแบบนี้ไปก่อนดีกว่า
“โอ้วว เอย์เก็นพาเพื่อนมาด้วย หายากมาก”
+
“น้า กลับมาแล้ว” เอย์เก็นเป็นคนผลักประตูเข้าไปเพื่อดันรถเข็นเข้า และเปิดรอให้ชิองเข้าไปด้วย
แต่ชิองก็รู้สึกถึงบางอย่างที่แฝงตัวอยู่ในบรรยากาศรื่นเริงของร้าน
เสียงกระซิบของบางอย่าง?
"ว... ว้าว..." ถึงกับหลุดอุทาน ไม่นึกว่าจะมีพกไว้ เขาเองก็ควรหาอะไรทำนองนี้มาติดตัวบ้างเหมือนกันแล้วสินะ
การเดินไปคุยไปทำให้ช่วงเวลา5นาทีนั้นสั้น ป้ายหลอดหมุนอันเป็นสัญลักษณ์ของร้านตัดผมปรากฏที่หัวมุมถนน
“ถึงแล้ว”
เอย์เก็นหยุดรถที่ร้านนั้น จากการตกแต่งร้านรอบ ๆ ดูเหมือนว่าจะกำลังมีปาร์ตี้อยู่
ด้านในมีทั้งช่างตัดผมและลูกค้ากำลังพูดคุยกันอย่างอบอุ่น
+
เป็นคนที่นี่อยู่แล้วหรอกเหรอ ใด ๆ ก็ตาม เสียงของชิองให้ความรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเคยได้ยินมาก่อนชอบกล
“มาจากคานากาวะ มาต่อม.ปลายที่นี่น่ะ”
สายตากลับมามองของในรถเข็น พยายามประคองไม่ให้มันกระเด้งออกมาตอนเข็นผ่านช่วงรอยต่อถนน
“ช่วงนี้ข่าวน่ากลัวเยอะชะตาย อยู่ ๆ มาช่วยคนไม่รู้จัก ไม่กลัวบ้างเหรอ?”
oO(คิดอีกทีก็คุยไม่ยาก)
รู้ตัวอีกทีก็ถูกความแปลกของชิองช่วยดีดความหม่นหมองจากข่าวที่ผ่านมาออกไปจากหัว
"......" เขาเข็นรถไปตามทาง คิดว่าการเงียบไปตลอดทางคงไม่ดี
"เป็นคนที่นี่ หรือพึ่งย้ายมา?" หันไปถาม
oO(เป็นไทป์ดีเกินคน)
จัดหญิงสาวเข้าหมวดหมู่ในสมองเงียบ ๆ
“จริง ๆ ก็เดินจากนี่ไปร้านตัดผมใกล้ ๆ ประมาณ5นาที…” ไม่ใช่ปลายเกาะอย่างที่พูดตอนแรก ไม่งั้นเขาคงขาพิการทั้งสองข้าง
“แค่ไม่รู้ว่าวาตานาเบะซังมีเวลาแค่ไหน ถ้าไหว ก็รบกวนด้วย…”
เขากล่าวแล้วเข็นรถให้อยู่ในระดับการเดินเดียวกัน สถานการณ์แบบนี้เขาควรเป็นฝ่ายนำทางมากกว่า
“แต่ไม่ยอมให้ช่วยฟรี ๆ หรอกนะ“
“อย่างน้อย เธอก็ไม่ควรบอกชื่อใครไวขนาดนั้นสิ…“
พูดก่อนผลุบตาลง ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้มาช่วยถือ เขาก็ลำบากจริง ๆ นั่นล่ะ
”……“
”มิยาคาวะ ห้อง1-E” ยอมแนะนำตัวตอบ
“จะไม่รบกวนวาตานาเบะซังเกินไปเหรอ?“ เขาถามหยั่งเชิงอีกครั้ง ยังไม่บอกปลายทางของตัวเอง
จังหวะเดินหนีไปก็ยิ่งเหวอ จะถกเถียงอะไรตอนนี้ก็คงไม่ดี เลยเข็นรถตามหญิงสาวแปลกหน้าไปก่อน
ยังไม่ทันถามว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ก็ได้รับคำตอบมา แต่มันก็ยังไม่มากพอจะทำให้ความน่าสงสัยหายไปได้
อย่างน้อย หญิงสาวก็รู้ตัวว่าเขากำลังเข้าใจผิด
"เอ๊ะ..." พอรู้ว่าเป็นนักเรียนชั้นปีเดียวกันก็พอจะลดกำแพงลงบ้าง
“ถ้าอยู่สุดปลายเกาะก็จะเดินไปรึไง?” ตั้งข้อสงสัยถึงน้ำใจนั้น
+
"เอ่อ...." เขาไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง "ขอบคุณ?"
อีกฝ่ายคงแค่ช่วยขนออกมาจากแถวคิดเงินเฉย ๆ แล้วให้เขาขนไปต่อด้วยตัวเองแหละ ใช่ไหม?
เขาเลยค่อย ๆ ยกมือกะจะขอคืนของที่คุณช่วยเก็บไป
คำพูดที่ใช้รูปประโยคสุภาพกว่าปกติดึงสายตาให้เงยขึ้นไปมองว่าเป็นลูกคุณหนูมาจากไหน พงกหัวขอบคุณครู่นึงก่อนจะนึกบางอย่างได้อย่างดีเลย์
"ห ห๊ะ เดี๋ยวนะ ช่วยถือเหรอ??" แต่ตอนนี้จะยื้อไปก็คงโดนคนที่ต่อแถวรอออกมองแรงข้อหาเกะกะขวางทางเลยยอมไปก่อน พออีกฝ่ายช่วยแบ่งใส่ถุงแล้ว ก็ไม่มีของบนพื้นอีกจนเขาเข็นรถหลบได้สำเร็จ
เส้นทางกลับมาโฟลวอีกครั้ง เขาก็หันมาหาหญิงสาวที่เขาไม่รู้จัก
+
เอย์เก็นไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปกระทบใจชิซึริ เลยได้แต่สงสัยว่าทำไมรุ่นพี่คอตกแบบนั้น
พอเห็นรุ่นพี่โบกมืออีกก็โบกกลับเล็ก ๆ ก่อนที่มือถือจะสั่นแจ้งเตือนถึงข้อความ
?????
ชิซึริที่เดินกลับบ้านกับพี่ชายแล้วก็จะได้รับขอความตอบกลับว่า
‘ขอโทษทำไม??🙉‘
’ไว้เจอกันใหม่‘
(ขอบคุณรุ่นพี่ที่มาเล่นด้วยกันจ้า🙌✨)
พี่ชาย? ยังอยู่โรงเรียนเดียวกันด้วย?
เพราะยังไม่รู้ว่าพี่ของอีกฝ่ายเป็นคนยังไง แต่คาดไว้ก่อนว่าคงเป็นคนที่หวงใยน้องสาวตัวเองมาก พยายามไม่มีปัญหาด้วยดีกว่า..
ส่วนหมู่บ้านโอโมริ “คงได้มาก่อนเรียนจบสักวัน..”
ยังไม่ทันโบกมือตอบ ก็โดนบอกว่าอย่าซนรอบที่n จากรุ่นพี่ สีหน้าของเขาเผยความเซ็งออกมาทันที
“ไม่ซน”
“ไปล่ะ”
หันหลังเดินกลับ และชำเลืองกลับมามองรุ่นพี่ไปหาเงานั้น