ผืนม่านบางพลิ้วไหว ไปตามสายลมเอื่อยเฉื่อย
ใกล้ถึงเวลา… ม่านจะเปิดต้อนรับผู้ฟังทุกท่าน
บรรยากาศเริ่มเย็นลง
เสียงรอบข้างเงียบสงัด
ก้าวเข้ามาสิ เชิญเข้ามา
ถึงเวลาฟังเรื่องราว ของเรา กันแล้ว
Posts by 黎司 | Reiji
#THK_EVENT08 #THK_วันวัฒนธรรม
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ #THK_เรื่องเล่าผีไทเฮ
เวลากำลังนับถอยหลัง เชิญเข้ามาจับจองที่นั่งของท่าน
พร้อมกันหรือยังหล่ะ?
#THK_กีฬาสี #THK_GREEN
[OOOO | สีเขียว]
"แค่ชนะให้ได้ก็พอใช่มั้ยล่ะ"
มือคู่นั้นเอื้อมไปคว้าเชือกตรงหน้าเอาไว้
กระชับตำแหน่งของตัวเองให้เข้าที่
สายตาจับจ้องไปยังเบื้องหน้า
"มาเล่นให้เต็มที่กันเถอะ"
(มาลงเก็บไว้ครับ ◠ ◠)
#THK_COMMU
#THKEVENT06 #THKโอบ้ง
ลิงก์รับชม : bit.ly/THKEVENT06_O...
(ผลงานนี้สร้างสรรค์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมโอบ้งของคอมมูเท่านั้น ลิขสิทธิ์ในเสียงเพลงและองค์ประกอบต่างๆ ภายในเพลงยังคงเป็นของเจ้าของผลงานต้นฉบับ)
(😉)
with @??? , @thk-sajuna.bsky.social , @thk-kagei-yuu.bsky.social , @thk-seita.bsky.social , @thk-miya.bsky.social
#THK_ปิดเทอมฤดูร้อน #THK_COMMU
แสงแดดยามบ่ายทาบทับลงบนกลุ่มผมวัยรุ่นที่กำลังหัวเราะเล่นน้ำริมทะเล เสียงคลื่นซัดฝั่งประสานคลอไปกับเสียงหัวเราะ เรย์จินั่งมองภาพนั้น ราวกับเป็นช่วงเวลาที่มิอาจลืมเลือน
แต่เมื่อราตรีมาเยือน ทะเลที่แสนหวานนี้กลับแปรเปลี่ยนไปเป็นอื่น….
เรย์จิเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงระเรื่อ ก่อนจะกลั้นใจพูดเสียงเบาออกไป
“…เขียนมาแล้วทั้งที ก็ต้องผูกสิครับ…ซาจูนะ…จัง”
กระดาษคำอธิษฐานที่เขียนด้วยลายมือน่าอ่าน
…วันนี้อีกฝ่ายทำเขา ‘หน้าแดง’ ไปกี่ครั้งแล้วนะ?
เขายืนอยู่ตรงนั้น พลางพยายามคงสีหน้าปกติ หัวใจยังคงเต้นแรง ไม่รู้ว่าที่เต้นไม่เป็นระส่ำนั่น…เป็นเพราะอีกฝ่ายแนบชิดมากกว่าปกติหรือเพราะคำอธิฐานบนกระดาษใบนั้นกันแน่
…หรืออาจจะเป็นทั้งสองอย่างเลยก็ได้
เรย์จิรีบหันกลับไป เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เตรียมจะรับอีกฝ่ายไว้หากเสียหลักล้มลง
แต่ซาจูนะกลับตั้งตัวได้ก่อนโดยใช้แขนโอบเขาไว้ จังหวะนั้นเองที่หัวใจของเรย์จิเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก
“เจ็บตรงไหนรึเปล่า?!”
ทว่าสิ่งที่อีกฝ่ายตอบกลับมากลับไม่ใช่คำตอบของคำถาม แต่เป็นประโยคที่ทำให้เขานิ่งไปทันที พร้อมกับสายตาที่เผลอเหลือบไปเห็นทังซาคุในมือที่อีกฝ่ายโชว์ให้ดู
+
“ผมจะโกหกทำไมล่ะครับ”
เรย์จิตอบกลับแทบจะทันที เมื่ออีกฝ่ายมีท่าทีไม่ยอมเชื่อคำชมที่เขาตั้งใจพูดออกไป สีหน้าแม้จะดูปกติ แต่ปลายหูก็ยังคงขึ้นสีแดงจางๆ
ระหว่างที่เดินต่อไปในฝูงชน เสียงผู้คนรอบข้างคล้ายจะเบาลง กลายเป็นเพียงแค่เสียงพื้นหลัง รู้สึกเหมือนรอบข้างมีแค่เราสอง ทว่าไม่นานนัก เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงสะดุดจากมืออีกคนที่กุมกันอยู่
+
[[ ??? ] ]
Story | Sakihito
เหตุผลที่อยากมีชีวิต...
ต่อให้ใครจะไม่ต้องการเขา แต่ขอแค่มุเซย์ต้องการเขาไม่ว่าเรื่องอะไรเขาเองก็ยินดีที่จะทำ
หากมุุเซย์เหงา ซากิก็พร้อมที่จะเป็นเพื่อนเล่น
หากมุเซย์หิวเขาก็ยินดีที่จะจ่ายค่าอาหารให้
หากมุเซย์อยากให้เขายิ้มเยอะๆ ตัวของเขาก็จะยิ้มเพื่อมุเซย์...
หากได้อยู่กับมุเซย์ไม่ว่าอะไรก็ดีทั้งนั้น
อะแฮ่ม— แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้กลัวหรอกนะ! ก็แค่ตกใจเฉยๆ…
“แกล้งคนมันสนุกมากรึไง…แล้วนายไม่ไปอ่านหนังสือเตรียมสอบบ้างหรอ?”
น้ำเสียงของเขาแม้จะดูติดบ่น แต่กลับฟังดูไม่ได้จริงจังมากนัก
ถ้าให้พูดตามตรง เขาก็คิดว่าอีกฝ่ายก็สมควรโดนอยู่เหมือนกันนั่นแหละ…
เรย์จิกำลังจะเอ่ยถามออกไปว่า เจ็บมากมั้ย แต่ประโยคถัดมาของยูกลับทำให้เรย์จิเปลี่ยนสีหน้าทันที เขาเบ้หน้าขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม
…หมอนี่ชอบขนาดนั้นเลยรึไงเวลาเห็นคนอื่นตกใจกลัวน่ะ?
+
สายตาของเขาเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ดวงตาสีดำสนิทของอีกฝ่าย ดวงตาที่เมื่อมองดีๆ แล้วทำให้เขานึกย้อนไปถึงดวงตาดำมืดน่าขนลุกที่เคยจ้องเขาผ่านช่องว่างของชั้นหนังสือเมื่อตะกี้
อ๋อ… อย่างนี้นี่เอง เป็นเจ้าหมอนี่สินะที่ยืนอยู่หลังชั้นหนังสือนั่น
แต่เขาก็ไม่ใช่คนใจร้ายที่จะขำกร๊ากใส่หน้าเพื่อนที่บังเอิญเจ็บตัวเพราะโดนหนังสือกระแทกสันจมูกแถมยังโดนสาดเกลือใส่อีก…
เอาเข้าจริงมันก็แอบน่าขำอยู่นิดๆ แฮะ
+
สัญชาตญาณรีบบอกให้เขาถอยห่างโดยด่วน ก่อนจะโดนอีกฝ่ายแกล้งหรือทำอะไรพิเรนทร์ๆใส่ เรย์จิขยับถอยหลังหนึ่งก้าวทันทีเพื่อรักษาระยะ
แต่ประโยคถัดมาของอีกฝ่ายกลับทำให้เขาชะงัก
“หา?”
เขาขมวดคิ้วแล้วมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ เขาไปทำอะไรหมอนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน???
+
“ก็เพราะนายนั่นแหละ ที่จู่ๆ โผล่มาข้างหลังแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงเอง”
เรย์จิบ่นพึมพำในขณะที่ก้มหน้าก้มตาปัดเกลือบนไหล่ของอีกฝ่าย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สีหน้าออกจะเอือมระอาเศษเกลือที่ยังติดตามเสื้ออยู่ไม่หมดซักที นี่เขาสาดไปเยอะขนาดไหนกัน…
แต่เมื่อเขาปัดจนสะอาดหมดจด เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ก็พบว่าคนตรงหน้ายื่นหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิม แถมมีรอยยิ้มกริ่มประดับอยู่บนใบหน้า
+
“…ไม่เห็นจะแปลกซักนิด…”
เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
แต่ไม่อาจหลบซ่อนน้ำเสียงที่สั่นไหวของเขาได้
“ซาจูนะจัง…ใส่อะไรก็ดูดีหมดนั่นแหละ รวมถึง…ตอนนี้ก็ด้วย…”
โดยเฉพาะเมื่อเสื้อคลุมของเขาเมื่ออยู่บนตัวอีกฝ่าย ยิ่งทำให้เธอดูดีขึ้นไปอีก…ในสายตาของเขา
พูดจบ เรย์จิก็รีบก้าวเท้าเร็วขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อไปยังจุดหมายได้ไวขึ้น
เมื่อเข้าใกล้บริเวณที่ใช้ผูกทังซาคุ กลิ่นกระดาษใหม่และกลิ่นไม้หอมจากเชือกที่แขวนอยู่ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูสงบขึ้นเล็กน้อย
แต่ก่อนที่พวกเขาจะไปถึง เสียงของซาจูนะก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
เรย์จิหยุดเดิน ก่อนหันกลับไปมองอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ดวงตาสีชมพูของเขาวูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนี กลับไปเดินต่อ
+
เรย์จิที่เริ่มหมดความอดทนจึงเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปกุมมืออีกฝ่ายแทนเสียเลย ฝ่ามืออุ่นออกแรงกดเล็กน้อยเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหลงไปไหนระหว่างเดินไปด้วยกัน
ทั้งคู่เดินฝ่าฝูงชนที่เริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยและแสงสีของโคมไฟกระดาษที่ส่องสว่างไปทั่วทางเดิน
เรย์จิจับมืออีกฝ่ายไว้แน่นขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว เพื่อกันไม่ให้อีกฝ่ายหลงท่ามกลางผู้คน
+
แต่ในขณะที่เรย์จิกำลังคิดเรื่อยเปื่อย ปลายนิ้วเรียวของอีกฝ่ายก็ขยับมาแตะนิ้วมือของเขาเบาๆ สัมผัสนั้นนุ่มนวล แต่ก็พลันทำให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นมาอีกระลอก
เขาพยายามเก็บสีหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุด ทว่าคนตรงหน้ากลับยังไม่ยอมกุมมือเขาเสียที มีแต่แหย่ปลายนิ้วไปมาเหมือนแกล้งกันเล่น
+
เมื่อได้ยินคำพูดของซาจูนะที่ดังขึ้นท่ามกลางความคึกคักของงานเทศกาล
แม้สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ในใจกลับรู้สึกแปลกใจอยู่ลึกๆ
ไม่เป็นไรหรอก ยังไงบ้านของซาจูนะก็อยู่ใกล้ๆ ไว้ตอนกลับไปเยี่ยมคุณยาย คราวหน้าค่อยแวะไปเอาคืนก็ยังทัน…
+
เรย์จิใช้เสียงเบากว่าปกติ แม้จะขมวดคิ้วอยู่ แต่ใบหน้ากลับขึ้นสีแดงจางๆ
เขาค่อยๆ ยื่นมือไปปัดเศษเกลือบนไหล่เสื้อของยูออก พลันสายตาเหลือบไปเห็นจมูกของอีกฝ่ายที่แดงกว่าปกติ
ไปโดนอะไรมาล่ะนั่น… เขาคิดในใจ
…แต่เมื่อเขาหันกลับไปมองดีๆ คนตรงหน้ากลับไม่ใช่สิ่งลี้ลับอย่างที่คิด แต่เป็นเด็กหนุ่มขี้แกล้งที่มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า ‘ยู’
เรย์จิยืนค้างอยู่ตรงนั้นพักนึง ก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมเอามือก่ายหน้าผากตัวเอง เขาขมวดคิ้วมุ่นใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงซ่านจากความอับอายในสิ่งที่ตัวเองเผลอทำลงไปเมื่อครู่…ทั้งเสียงดังในห้องสมุดและเผลอตัวสาดเกลือใส่คนตรงหน้า…อีกแล้ว…
“ทำอะไรของนายเนี่ย ยู!”
+
มือข้างหนึ่งค่อยๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะกระชับสิ่งที่เขาพกติดตัวไว้ตลอด ‘ถุงเกลือ’
ยังไม่ทันที่เรย์จิจะตั้งตัว แรงสะกิดเบาๆ จากด้านหลังพร้อมกับเสียงกระซิบข้างใบหูทำให้เขาร้องออกมาเสียงดัง
“เว้ย!!—”
เรย์จิร้องลั่นออกมาอย่างลืมตัว รีบกระชากถุงเกลือออกจากกระเป๋าก่อนจะสาดมันออกไปตามสัญชาตญาณ
+
จู่ๆ เรย์จิก็รู้สึกเสียววาบไปทั้งสันหลัง ไอเย็นแผ่กระจายมาจากด้านหลัง ราวกับมีใครบางคนกำลังใกล้เข้ามา เรย์จิได้แต่ยืนตัวแข็งอยู่หน้าชั้นหนังสือ
เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลังพร้อมเงาดำบางอย่างเคลื่อนใกล้เข้ามาทีละนิด
หัวใจเรย์จิเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เขากลืนน้ำลายเหนียวลงคอ
+
เสียงช้อนคนชาเบาๆดังขึ้นท่ามกลางในบรรยากาศเงียบสงบ
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านม่านหน้าต่าง
ฮิโรมาสะยกถ้วยชาขึ้นจิบก่อนจะเหลือบมองคุณพร้อมยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
คุณเดินเข้ามาหาฮิโรมาสะพร้อมกล่าวทักทาย
"สวัสดีครับ สนใจมานั่งดื่มชาด้วยกันมั้ย?"
“ให้ผมแนะนำชาให้นะ”
th.shindanmaker.com/1238230
#THK_commu
ก่อนเรย์จิจะเคลื่อนมือกระแทกหนังสือเล่มเดิมกลับเข้าที่โดยอัตโนมัติด้วยแรงทั้งหมด จนได้ยินเสียงออกมาดัง ‘ปั๊ก!’
เขายืนนิ่งตรงนั้นอยู่ครู่หนึ่งเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ พร้อมเหงื่อเย็นที่ไหลซึมตามกรอบหน้าเล็กน้อย
“…ตะ…ตาฝาดแน่ๆ…”
เรย์จิพูดกับตัวเองด้วยเสียงแผ่วเบา
ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น จ้องตรงมาที่เขาชวนให้ขนลุก
เรย์จิชะงักไปในทันที ใบหน้าแข็งค้างพร้อมดวงตาที่เบิกขึ้นเล็กน้อย ราวกับร่างถูกตรึงไว้ด้วยสายตาประหลาดนั้น ห้องสมุดที่เงียบสนิทกลับให้ความรู้สึกอึดอัดชวนน่าขนลุก
หัวใจเขาเต้นระรัวในอก ขนทั่วร่างลุกชัน ขณะที่เขามองกลับไปยังช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือนั้น เสียงหายใจของตัวเองดังชัดขึ้นในหัว
+