(บ๊า คิดไปเองค่ะ😉)
Posts by อาจารย์ประภาขวัญ
(รอเก็บภาพนะคะ น่าจะอภิรมณ์น่าดู)
รอยยิ้มหวานวาดขึ้นมาบนใบหน้าครั้นหันกายเตรียมเดินออกไปไม่มีทางที่จันทร์วาดจะได้เห็นเต็มตา
"อื้ม" ตบปากรับคำในลำคอก่อนเดินจากไป
ที่เดิม เวลาเดิมคืนนี้คงมีอะไรให้นั่งฟังแลกเปลี่ยนกันมากมายเอาเถิดแค่ได้อยู่ด้วยกันบ้างก็ดี
(จบค่าไปละแบบหึหื้ม)
"คิดว่าของกิน ของทานเล่นเป็นยังไงบ้าง?"
เธอเอ่ยถามไม่ระบุว่าใครแต่ทั้งสองคนสามารถแสดงความเห็นได้เต็มที่
@thianthara-vrkn.bsky.social
จันทร์วาดเป็นคนเท่าเทียมและมีน้ำใจจึงเลือกที่จะซื้อขอลฝากเล็กๆน้อยๆให้กับอาจารย์ทุกคน ซึ่งผิดกับตัวเธอมีเพียงความเท่าเทียม
ไม่ซื้อให้ใครฝากใครทั้งนั้นเพราะความไม่สนิทและมีกำแพงสูง
"กำลังคิดพอดีว่าจะซื้ออะไรไปฝากดี"
แม้จะรู้ของที่ชอบมากมายแต่ก็ยากสำหรับเธอนักลูกชายที่เกิดมามีพร้อมไปเสียทุกอย่างได้ของเล็กๆน้อยๆแบบนี้ตะชอบรึเปล่านะ
"ของเล่นเต็มบ้านแล้วหนังสือก็มี"
(ช่วยด้วยค่ะน้องเธียรพี่โดนประสงค์ร้าย)
อวยพรเสร็จสับจึงลดมือลงพร้อมเบี่ยงตัวหนีเดินออกไปเพราะประเดี๋ยวจะรบกวนเวลาของเด็กๆที่รอให้ครูจันทร์วาดผูกข้อมือต่อ
"ผูกเบื้องซ้ายให้ขวัญเจ้ามา ผูกเบื้องขวาให้พระเจ้าอยู่ ฝ้ายเส้นนี้มีคำแถน นำมาผูกแขนผอวนเจ้า อย่ามีศรีเศร้าตัวเจ้าอย่าหมองหม่น.."
เอิ้นขวัญอวยพรน้ำเสียงเบาให้เพียงคนที่ถูกผูกได้ยินเพียงผู้เดียวดวงตาที่มองมือของตนเองแอบลอบช้อนขึ้นมองคนตรงหน้าเล็กน้อย หากโดนมองกลับก็หลบสายตากลับแบบไม่ลุกลน
"ดูแลตัวเองให้ดีเหมือนที่ผ่านมาและอย่าโหมงานหนักเล่า"
"มีคนที่รักอยู่รายล้อมรอบตัวไม่ดีแล้วรึไรถึงใคร่หาอีก"
แม้ไม่ใช่ในฐานะคนรักเคียงข้งางกันแต่จันทร์วาดก็มีมิตรสหาย และนักเรียนที่รักมากกว่าตนโดยหาต้องสงสัยแต่ก็อาจเข้าใจได้เพราะอายุเข้าเลขสี่หัวกระไดแห้งจนขึ้นคานได้แล้ว
เส้นด้ายสีขาวมัดปมผูกอย่างเนิบนาบ ไม่รัดแน่นให้เจ็บแขนและไม่คลายให้หลวมเสียเกินไป
แล้วในฐานนะที่เป็นอดีตเพื่อนสนิท หรือตัวฉันเองเล่าจันทร์วาด
น่าหงุดหงิด
จึงถือวิสาสะคว้าสายสิญจน์ในมืออีกฝ่ายมาไว้
"งั้นในฐานะที่ฉันเป็นพี่สะใภ้เธอก็คงไม่แปลกที่จะผูกให้น้องสาวสามีถูกรึไม่"
ไม่รอคำตอบใช้ความนิสัยเสียจับข้อมือคนตรงหน้าดึงเข้าหาตนเองเบาๆ พร้อมประดับรอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าของตน
ประภาขวัญยืนสงบนิ่งรับคำอวยพลางคิดตามไปว่า
เรื่องแย่ๆเพียงเรื่องเดียวในชีวิตคงเป็นการตบแต่งกับพี่ชายสุดประเสริฐของจันทร์วาดตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ หากต้องการให้เรื่องแย่ๆพัดผ่านไปคงเป็นเรื่องนี้
"ขอบคุณจ้ะ"
แม้จะมีความคิดเชิงลบให้หัวทว่ากลับไม่ได้แสดงออกมา แต่ก็อดจะน้อยใจไม่ได้เพราะเป็นแม่และภรรยาที่ดีจึงสมควรได้รับงั้นหรือ
ที่จะรู้สึกว่ามันแปลก"
ไหวไหล่เสียเล็กน้อยพลางถอนหายใจประมาณว่าก็ช่วยไม่ได้
เธอยืนนิ่งมองสหาย(?)รอยยิ้มท่าทางสดใสหากมีหูทางมันคงกำลังส่ายไปมา
ประหลาดใจนักแล
"ไม่รู้สึกแปลกไปเสียหน่อยรึคะ"
ถึงวาจาจะกล่าวดูไม่เต็มใจนักทว่าก็ยื่นข้อมือออกไปโดยง่ายเพราะรู้ว่าหากปฏิเสธรึดึงดันไปอักฝ่ายหากไม่ทำหน้าหง่อยเป็นสุนัขโดนทิ้งก็อาจจะตื้อให้เล่นด้วย
"อายุเท่าๆกันก็จริงแค่ฉันก็มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของเธอ"
"ในความคิดฉันแม้จะเป็นการอวยพรแต่ก็อดไม่ได้-
(อะไร๊กี๊ด)
ตัวเธอเรียกว่าไม่สนิทกับนักเรียนคนใดเป็นพิเศษและหาได้เดินเสาะหาผูกให้ใครไม่
ตามนิสัยจึงเดินหลบหลีกเงียบๆไปมาตามร่มเงาครุ่นคิดแบบมนุษย์พลังงานน้อยเมื่อเจอคนเยอะอยากไปหาที่นั่งเงียบๆ
ทว่ากลับเจอคนคุ้นตาโผล่ออกมาดักไว้ด้วยรอยยิ้มอันสดใสคล้ายแสงรวีก็ไม่ปาน
"คะ?"
อารมณ์ไหน– อาจไม่ได้พูดกับตนจึงไปผิรหน้ามองด้านหลังว่าตนเองยืนบัง รึเดินตัดหน้านักเรียนคนใดรึไม่
คาบเรียนที่ 1
วิชาเวทย์มนตรา
#คาถาคำร่าย_VRKN
หลังผ่านการเรียนสองสัปดาห์แรกไปอย่างสงบสุข วันนี้ก็เป็นอีกวันแสนธรรมดาที่อาจารย์แจ้งว่าคาบศึกษาด้วยตนเองของวันพฤหัสนี้จะเป็นการทดสอบเวทมนตร์
รายละเอียด : docs.google.com/document/d/1...
[อีเว้นต์ส่วนหนึ่งมีการลงทะเบียนภายใน 24 ชั่วโมง]
โดนนินทาหาได้รู้ตัวร้อนรนไม่ ทั้งชมนกชมไม้ไปพลางก่อนที่นะหันกลับมาเมื่อวาดถามเรื่องกาดรึของฝาก
"ถ้าวาดกับน้องเธียรอยากไปฉันก็ไม่มีปัญหา"
ส่วนตัวประภาขวัญนั้นมนุษย์สัมพันธ์ติดลบเพื่อนครูมองเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานหาได้พูดคุยกันบ่อยจึงนึกไม่ถนัดว่าจะซื้อของไปฝากผู้ใด
และลุกขึ้นจากม้านั่งมองทั้งสองคนที่ทรงดูพร้อมเคลื่อนออกจากที่นี่แล้ว
@thianthara-vrkn.bsky.social
#สู่เรือนเจ้า_VRKN
โรลเปิด | สำหรับเด็กปี 1 เรือนทิวากร
ในจังหวะที่เหล่าเด็กน้อยปี1ได้รับรู้ว่าตนเองคือทิวากร ร่างที่ตะเกียดตะกายขึ้นมาเหนือน้ำก็พบกับหัวหน้าเรือนที่มาต้อนรับ และนอกเหนือจากนั้นก็พบกับตัวอาจารย์จัณฑวาตาที่นั่งยองๆยื่นผ้ามาให้คุณ
“ยินดีต้อนรับสู่ทิวากรนะจ๊ะ เด็กน้อย”
หากคุณรับหรือไม่ เธอก็จะยื่นมืออีกข้างมา
“เอาล่ะ รีบขึ้นมาได้แล้วจ่ะ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอานะจ๊ะ”
ประภาขวัญมองทั้งสองคนไม่ได้มีท่าทีสงสัยสิ่งใด เห็นการพูดคุยเช่นนั้นไม่คิดและไม่เข้าข้างว่าจะเป็นเรื่องของตน
เรื่องของเธอกับสามีมีเรื่องกระทบกระทั่งกันในเรื่องความสัมพันธ์เพราะไม่นานมานี้พึ่งจะจับได้ว่าสามีของตนมีชู้ จึงมีปัญหากันหนักแต่ก็เลือกไม่บอกทั้งหญิงย่าและจันทร์วาดเพราะไร้หลักฐานเป็นชิ้นเป็นอัน
จะกลายเป็นว่าไปใส่ร้ายสามีตนแทน
@thianthara-vrkn.bsky.social
มันดูเก่าราวกับว่าไร้การดูแลมานมนานเห็นเช่นนั้นจึงหาไม้กวาดรึสิ่งใดก็ตามที้ปัดฝุ่นรึเศษใบไม้แห้งออกได้ให้พอดูสะอาดขึ้นมาแบะจึงนั่งลงมองดูภาพเหล่าเพื่อนและรุ่นน้องกำลังก้มหน้าก้มตาใช้แรงงานเก็บผัก
"อยากทานอะไรก็เก็บมาเลย ประเดี๋ยวเย็นนี้ทำให้ทาน"
ไม่มีความต้องการเป็นพิเศษจึงตอบกลับไปพร้อมเอามือพัดๆลมเข้าหาตัวเอง
@thianthara-vrkn.bsky.social
"ยายแกไม่อยู่รึ..."
ประภาขวัญเอ่ยถามเมื่อเห็นจันทร์วาดผูกจดหมายที่ขาเจ้านกที่คุ้นเคยมองมันบินออกไปก่อนที่ตะหันศีรษะมองตามปลายนิ้วที่เธียรชี้ออกไปยังม้านั่งเก่าๆใต้ต้นไม้
เธอไม่ได้ตอบสิ่งใดเพียงพยักหน้าให้เล็กๆก่อนที่จะเดินไปยังม้านั่งตัวนั้น
และใช้เวลาส่วนมากกับการนั่งมองทั้งสองคนที่กำลังก้มๆเงยๆเก็บผักมันไม่ค่อยเพลินตานักแต่คงเรียกว่าดูเป็นบางสิ่งที่จะสามารถเอาสายตาไปมองพักไว้ได้ปทนที่จะมองเหม่อไปทางอื่น
"ทั้งสองคนอยากทานอะไรก็เก็บมาเถอะ"
พอเป็นสิ่งที่แลกเปลี่ยนได้ที่พอจะทำได้ละจากการนั่งกินแรงคนอื่นเช่นนี้
"เดี๋ยวทำอันนี้อยากทานให้เองค่ะ" ตะโกนกลับไป
ประภาขวัญหันศีรษะตามที่เธียรแนะ เจอม้านั่งไม้เก่าๆใต้ร่มไม้จึงพยักหน้าตอบพร้อมเดินไปอย่างง่ายดายผิดกับนิสัยตามปกติที่จะเรื่องมาก
เมื่อเดินเข้ามาใกล้ดูสภาพม้านั่งฝุ่นจับราวกับไม่มีใครแวะเวียนมานมนานเศษใบไม้แห้งร่วงคลุมอยู่ไม้น้อยเห็นเช่นนั้นจริงลองสอดสายตาดูว่ามีไม้กวาดรึอะไรก็ได้พอจะใช้ปัดฝุ่น กวาดเศษใบไม่ออกได้บ้าง
และนั่งลงเมื่อทำความสะอาดจนพอจะนั่งพักได้
ถามหลังจากนกส่งสาสน์ของจันทร์วาดบินออกไปพร้อมจดหมายที่คิดปลายขา
คิดแล้วก็นาแล้วเช่นกันที่ไม่ได้มาเยี่ยมเยือนคนเก่าคนแก่หลายๆคน หากได้เจอก็ดีเพราะถ้ามัวแต่พลัดวันมันมักจะสายเกินไปเสมอ
"..มีที่นั่งไหมนะ" พึมพำเบาๆ เพราะเริ่มตึงๆขา จะหินก้อนใหญ่จะแคร่อะไรก็ได้
ประภาขวัญกำลังกวาดตามองหาที่นั่งพักว่ามีอยู่ใกล้ๆในบริเวณนั้นรึไม่
"งั้นฝากด้วยนะคะน้องเธียร" เป็นการโยนภาระแบบหน้าตาเฉยโดยไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย
ประเดี๋ยวไปทำอาหาร รึขนมไทยที่ทำเป็รคลายร้อนให้เป็นการตอบแทนเสียแล้วกัน
เธอเดินตามไปไม่ได้กล่าวสิ่งใดมากตามนิสัยมีแค่ฟังตันทร์วาดพูดและถางป่านำไปก่อนแบบไม่ยื่นมือไปช่วย
พอได้ยินชื่อผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยจึงเลิ่กคิ้วขึ้นเล็กๆด้วยความสงสัย
"ยายแกไม่อยู่รึ?"
แม้เธอจะตื่นไวในทุกๆเช้าแต่ไม่มีหรอกที่จะได้ดูแสงอาทิตย์เต็มตาเช่นนี้ไม่วานเบี่ยงสายตาเล็ดน้อยมองบางสิ่ง
พระอาทิตย์มันก็สดใสอยู่ทุกวันเสียจริง
. . .
"ขอบอกไว้ก่อนนะ ฉันเลือกผักเป็นแต่เรื่องเก็บนี่ไม่ถนัด"
แม้จะเคยเป็นนักขุดค้น แค่ของโบราณกับผักมันคนละอย่าง
"ดีแล้วค่ะ"
ยินดีกับรุ่นน้องที่รู้จักผ่านจันทร์วาดที่ดูเหมือนจะปรับตัวเข้ากับสภาพสังคมได้เป็นอย่างดี
ช่างเป็นเรื่องน่ายินดี
เธอไม่ได้ยื่อยุดฉุนกระชากกับจันทร์วาดต่อเพียงมุ่นคิ้วขมัดใส่ให้เป็นสัญญาณเล็กๆว่าไม่ค่อยปราบปลื้มนักกับการกระทำ
เมื่อจันทร์วาดเปลี่ยนเรื่องจึงหันไปมองตาม ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้วจริงๆ
ส่วนตัวเธอจะนำเรื่องในอดีตมาเล่าเผาให้เสียหน้ารึขำขันเล่นบ้างรึไม่ ก็คงไม่ทำเพราะนิสัยอันรักษาภาพลักษณ์อย่างดี
เพราะรู้สึกว่าการกระทำเช่นนั้นคงมีแต่เด็กๆเขาทำกัน
ส่วนดีไหมหรือสำหรับมิตรภาพเช่นนี้ อาจจะดี แต่ก็ไม่ดีในขณะเดียวกัน
"แล้วน้องเธียร์ละคะ เริ่มปรับตัวรึมีเพื่อนบ้างรึยัง"
ถามพร้อมยกมือข้างที่ว่างปิดปากจันวาดเอาไว้
ในข้อหาพูดมาก
อะไรก็ได้...ยากนักสำหรับเธอนักเนื่องด้วยเป็นคนไร้ความคิดสร้างสรรค์ เสียด้วย คงจะทำอะไรก็ได้จริงๆนั้นแหละ
"ก็.."
ไม่ทันจะได้ตอบเพื่อนสนิท(?) ตั้งแต่วัยเด็กก็ชิงตัดหน้าตอบไปเสียแล้ว เมื่อเห็นลางว่าจะโดนเผาวีรกรรมวัยเด็กก็ทำได้เพียงยืนกอดอก
และฟังว่าแม่พิกุลทองปากรั่วคนนี้จะพร่ามสิ่งใดออกมาบ้าง
"ได้ยินเช่นนั้นแล้วคงเดาได้ว่าเห็นกันมาตั้งแต่ยังวัยเยาว์นั้นแหละน้องเธียร์"
ถามแขกที่มาเยี่ยมเยือนพร้อมยื่นกระปุกยาดมคืนให้อีกฝ่าย