“น่า ทำไงได้ล่ะคะ ก็ร่างกายมันจำไปแล้ว”
“? ไปกันสามคนงี้หรอ”
/เอียงคอ หนวดกระดิก
“ก็ไม่ติดน้า? เราได้หมดแหละค่ะ”
Posts by IZZIE🎀
“อื้อ ยังน่ะ”
“ปกติเค้านอนเกือบเช้าแหนะ”
“แต่ไม่ควรทำตามนะ🐰!”
/หัวเราะคิกคัก
“ไม่นอนหรอคะ??”
/หันไปเห็น หัวเราะเบาๆแล้วเต้นต่อให้ดู
/สักพักก็หยุดลง
/เดินไปหาด๊อกแด๊ก
“ชอบไหม~?”
“โถ่เอ้ย อย่าเก็บไปคิดเป็นจริงเป็นจังสิ”
“เราก็ไม่ได้คิดจะตีเธอจริงๆจังๆแต่แรกอยู่แล้ว”
เขาตอบกลับไปแล้วหัวเราะออกมา ใบหน้ายิ้มแย้มที่คิ้วขมวดหน่อยๆด้วยความเอ็นดูกับการกล่าววาจาชวนฝห้ถอนหายใจสักร้อยรอบในความขี้แกล้ง
“ถ้าหาวิวที่สวยกว่านี้เจอ แบบนั้นเราว่ามันคงต้องเป็นนอกอวกาศแล้วไหมเนี่ย?”
“แต่ถ้าเธอพูดหยอกเรื่องตีอีก คราวนี้แหละ เราจะเล็งตีแขนเธอก่อนอย่างแรกเลย!”
“…ไปเดินหาจุดนี้เจอได้ยังไงคะเนี่ย”
แม้แต่ตัวเขาเอง ก็ตอบกลับไปเสียงกระซอบแผ่วเบาโดยไม่ละสายตา ปากเล็กเผยอมองตาค้างไม่เกินจริง
แต่สักพักเขาก็หลับมามองคนสูงกว่าตนมี่เอ่ยหยอกล้ออีกครั้ง
“ไม่เห็นต้องหามาไถ่โทษเลยนี่?”
เจ้าตัวกล่าวด้วยความงุนงงว่าไถ่โทษเรื่องอะไรก่อนจะเข้าใจอีกครั้ง
+
ดวงตากลมมองดูมันตาไม่กระพริบ แใ้มือจะไม่ได้กอดแขนของผู้นำทางไว้แน่นดั่งเดิมแต่ก็ยังไม่ได้ปล่อยไป
เป็นทิวทัศน์ที่มองแล้วก็รู้
รู้ว่าต่อให้ถ่ายมันไป ก็เก็ยความสวยงามของมันไว้ไม่ได้เลย
+
เดินเคียงข้างกันไปในความมืด แขนเล็กกระชับขึ้นหยีตาลงเมื่อลมหิมะเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆจนหนาวกาย
หากเป็นปกติคงเดินถอยหนีออกไปแล้ว
แต่สองเท้าก็ยังคงก้าวเดินไปจนกระทั่งการเดินทางหยุดลง
เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมองแล้วยืนชะงักงัน
ยิ่งกว่าคราก่อนหรือครั้งไหนๆ
เป็นครั้งแรกที่รู้สึก.. นั่นสินะ
สวยจนลืมหายใจ
>รูทยืนมอง~
คุณมองกระต่ายตัวน้อยท่ามกลางความมืดมิดค่อยๆร่ายรำอ่อนช้อยอยู่เงียบๆ ไร้เสียงเพลงประกอบ มีแค่เสียงหอบหายใจของผู้เต้นไม่ได้สนใจรอบข้างที่เงียบสงัดนัก
เขามองแล้วหลุดหัวเราะเสียงใส
“น้องหมียิ้มปากเบี้ยวเลย ฮื่อ ฮ่าๆๆ!”
“แต่ก็น่ารักดีนะ!”
ไม่ปฏิเสธ รอยยิ้มทำให้มันดูเป็นตัวที่โดดเด่นจาดชาวบ้านจริงๆ
เขานั่งลงฝั่งตรงข้ามลิ้มรสขนมดูบ้าง กูจะถูกใจมากจนหนวดที่เหมือนใบหูกระต่ายตีผั่บๆ
“อร่อยจริงด้วย~”
”ดีจังเลยเนอะครับ มีขนมให้กินหลากหลายดี“
”ไม่เบื่อเลย“
เป็นอีกครั้งที่ไหล่แตะกัน เพียงแต่มากขึ้น
“นั่นสินะ..มีคนเดินไปด้วยกันในความมืดแบบนี้ก็ไม่แย่เลยล่ะ”
เขาเงยหน้าขึ้นมองแล้วหลุดหัวเราะออกมาเสียงใสกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่น
“ถ้าสนิทกว่านี้ เราคงตีเธอไปหลายรอบแน่ๆเลย”
“แล้วไหนล่ะ วิวที่ว่าจะเห็นชัดๆน่ะ พาไปเร็วๆสิ~”
เพราะไม่รู้ว่าปกตอแสงเหนือมันอยู่นานแค่ไหน
หรือจะได้ใช้เวลานี้อีกนานเท่าไหร่กัน
“แต่ก็ไม่ได้พูดให้เธอต้องรู้สึกกดดันอะไรหรอกนะ เราแค่พูดตามใจอยาก”
”เพราะเราคงโกหกหรือปั้นคำพูดสวยหรูอะไรทำนองนั้นไม่ค่อยเป็นหรอก“
”แล้วก็ไม่เคยคิดจะโกหกเธอแต่แรกแล้วด้วย“
เขายิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่แฝงดเวยความโอนอ่อนลง
+
“เราก็ก็แค่พูดตามที่คิดเอง”
“แบบนั้นก็ถือว่าเราปากหวานแล้วหรอ”
เขาได้ยินแล้วหลุดหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้แหย่คนที่พูดตอบกลับมาเสียงเบา
แสงกระทบบนใบหน้าของทั้งสองคน เขาปล่อยให้อีกฝ่ายได้จัดฮู้ดของตนให้เข้าที่
“เธออาจจะไม่ได้เจิดจ้าขนาดนั้นก็ได้“
”ก็แค่ในสายตาเรา มันเป็นแบบนั้นแค่นั้นเอง“
+
(ด๊ะเลยยย นวดๆๆ!🩷)
“..อิซซี่ วาเลนไทน์ครับ”
“..คุณมอริ”
หลังกล่าวคำทักทาย บทสนทนาเล็กๆก็มีขึ้นเรื่อยๆในคาเฟ่ที่เงียบสงบ หากแต่ไม่เหงาหูอีกต่อไป
—ตัดฉับ วี๊—
เขาเดินตามอรกฝ่ายไปข้างๆกันตามทาง ดูแล้วก็ตลกดีเพราะตนก้าวขาฉับๆในขณะที่อีกฝ่ายต้องเดินช้าลง
เดินมาถึงก็เงยหน้ามองผืนฟ้าที่ถูกแต่งแต้มสีสัน หนวดมี่เหใือนใบหูเรียวขยับไปมาพอๆกับหางพวงเล็กที่กวัดแกว่ง
“สวยจัง..~”
“???”
“…ก็ ไม่ได้ชอบหรือเกลียดมันนะ”
“ทำไมหรอ?”
เขาเอียงคแถามกลับไป
“อื้อ”
“ต่อให้เป็นเรื่องไร้สาระก็ตาม”
เสียงหัวเราะดังขึ้นแผ่วเบา มองคนที่ดูเหมือนแยากจะเล่าเสียเต็มทน
“เราพร้อมรับฟัง ถ้าเธอไม่รังเกียจเราที่ตอนนี้หน้าโทรมเป็นผีของเราตอนนี้น่ะนะ”
(ม่ายเป็นรายยยยยยย)
“ยากเลยครับแบบนั้น”
“เพราะผมจะลแงทุกอย่างเลย”
ว่าแล้วก็คีบทุกอย่างใส่จานอย่างละชิ้นด้วยความอารมณ์ดี ใครจะถอยก็ถอยไป แต่เรื่องกิน เขาสู้ตาย~!
“เป็นเธอที่ไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางแสงหรือความมืด”
“เธอก็ยังคงโดดเด่นอยู่เสมอ”
“ถึงเธอจะปากหวานไปบ้าง.. คำพูดคำจาเองก็ชวนให้ตีปากก็เถอะ”
“แต่เธอ.. เป็นคนที่ใจดี น่ารักมากๆเลยล่ะ”
“เป็นคนที่เจิดจ้าได้ไม่ว่าจะอยู่ในแสงหรือความมืด”
“ในสายตาของเรา จินฮู่เป็นแบบนั้นนะ”
สายตานั้นดูปะปนไปด้วยหลากอารมณ์ แต่รอยยิ้มยังคงไม่จางหาย
“ประโยคที่บอกว่าชอบไล่ตามแสงสว่าง..ก็เถียงไม่ได้จริงๆ”
“เพราะสำหรับเรา เรากลับรู้สึกว่ารอบตัวมันมืดอยู่ตลอดเลย”
ดวงตาหลับลง ราวกับระลึกความหลัง
“แต่ก็เพราะอยู่ที่มืด ถึงทำให้มองออกได้เหมือนกัน”
เขาลืมตาขึ้น ประสานดวงตาที่จ้องมาไม่ละสายตาไปไหน
“สำหรับเราแล้ว..”
+
หลังจากกล่าวจบก็มองแขนที่ยื่นมาทางตน เขายื่นมือเข้าไปสอดแล้วคล้องแขนเอาไว้หลวมๆ แล้วเดินตามไปอีกครั้ง
เขาฟังถ้อยคำที่ร้อยเรียงนั่นแล้วนึกตามไปด้วย
ดวงตาลอบมองเสี้ยวใบหน้าของผู้พูดสลับกับมองทางที่ปูด้วยหิมะสีขาวโพลน
ดวงตาสีม่วงดั่งดอกไม้หอมสั่นไหวกับคำพูดนั้นก่อนจะเบิกตากว้างพร้อมแก้มที่ขึ้นสีระเรื่อ
”เธอ..“
เขาชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะหลับตาลงแล้วลืมตามอง
+
ใบหน้าผินกลับไปมองท้องฟ้า เขาเอ่ยกลับไป
“ไม่ใช่ว่ากลัวขนาดนั้น..แค่ไม่ชอบ“
”เพราะมันดูอ้างว้าง ดูไม่มีที่สิ้นสุดเลย“
”แต่..“
แพขนตากระพริบเชื่องช้ากลับมามองอีกครั้ง
”ก็เพราะชวนเราเหมือนกัน“
”เพราะเธอชวน เราถึงกล้าออกมา“
”เพราะเธอชวน.. ถึงได้เห็นอะไรที่มันสวยงามแบบนี้เหมือนกัน“
+
ลาดไหล่พาดพิงกันท่ามกลางแสงหมู่ดาวและม่านแสงเหนือบนฟากฟ้า เขายืนฟังอีกฝ่ายกล่าวคำต่างๆในความเงียบ
ปลายจมูกถูกอีกฝ่ายแตะลงมา แม้จะไม่ได้เย็น แต่ก็ทำให้เขามองไปตามมือแล้วเลื่อนกลับมาที่ใบหน้าอีกฝ่าย
“..ที่จริงอ่ะนะ”
“เราไม่ชอบเลยล่ะ”
“เราไม่ชอบที่มืดๆเลย”
+
(ชอบมาก5555555555555555555555 ไหน เด็กดีอยากได้อะไร ว่ามาสิ๊)
#MMM_โรลเปิด
00:00
ยามวิกาล คุณพบเข้ากับคนที่กำลังยื่นเต้นรำ
อยู่เพียงผู้เดียว
>มาเต้นด้วย
>ยืนมอง
>ทักทาย
(ขี้นอยู่กับว่าทำตัวดีแค่ไหน)
(ก็จุ๊บอยู่ดี รางวัลเด็กดีไง)
(อาราย อารายยยยยย)
(ดีมั่ก)